ชาวอเมริกันบางส่วน หนุน"ซีไอเอ"ดักฟังโทรศัพท์ป้องเหตุวินาศกรรม

ชาวอเมริกันบางส่วน หนุน"ซีไอเอ"ดักฟังโทรศัพท์ป้องเหตุวินาศกรรม

ชาวอเมริกันบางส่วน หนุน"ซีไอเอ"ดักฟังโทรศัพท์ป้องเหตุวินาศกรรม

รูปข่าว : ชาวอเมริกันบางส่วน หนุน"ซีไอเอ"ดักฟังโทรศัพท์ป้องเหตุวินาศกรรม

ชาวอเมริกันบางส่วน หนุน หนุ่มชาวอเมริกันที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ดักฟังโทรศัพท์และดักจับการใช้ข้อมูลอินเตอร์เน็ตเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงหายตัวไปแล้ว หลังเปิดเผยตัวตนที่ฮ่องกง ในขณะที่ชาวอเมริกันมีความเห็นแตกต่างกันมีทั้งที่เห็นด้วยกับรัฐบาลและฝ่ายที่สนับสนุนการเปิดโปงข้อมูลเหล่านี้

ที่นครนิวยอร์คของสหรัฐฯมีคนกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันแสดงพลังสนับสนุนนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เด้น วัย 29 ปี อดีตนักวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ และหน่วยข่าวกรองกลางหรือ CIA ที่ออกมาเปิดเผยโครงการดักฟังข้อมูลทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตในสหรัฐฯ โดยผู้ชุมนุมชื่นชมนายสโนว์เด้นว่ามีความกล้าหาญ พร้อมเรียกร้องให้ชาวอเมริกันออกมาสนับสนุนนายสโนวเด้นผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์

 
ในช่วงที่เขาเปิดเผยตัวต่อสาธารณะชนว่าเป็นผู้ให้ข้อมูลนี้แก่หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนท์ของอังกฤษ และเดอะ วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐฯ ตัวเขายังอยู่ในฮ่องกง แต่ตอนนี้หายตัวไปแล้วและไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด หลังจากทางการสหรัฐฯขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวนายสโนว์เด้นกลับมาดำเนินคดี เขาบอกว่าสาเหตุที่เปิดเผยเรื่องนี้เพราะชาวอเมริกันควรจะได้รับทราบการกระทำที่ละเมิดพื้นฐานประชาธิปไตยของหน่วยงานภาครัฐ แต่การเปิดเผยตัวตน จะทำให้เขาดำเนินคดี เนื่องจากโครงการดักฟังและดักข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตทั้ง 2 โครงการนี้ ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส รวมทั้งมีการกำกับดูแลในทางลับโดยศาล
 
เกลน กรีนวัลด์ นักเขียนของหนังสือพิมพ์"เดอะ การ์เดี้ยน" ซึ่งเป็น 1 ในผู้สื่อข่าวที่เข้าถึงตัวนายสโนว์เด้นเชื่อว่าการที่เขาหายตัวไปเพราะไม่เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของสหรัฐฯ และเชื่อว่าเขาพยายามจะหายตัวไปให้นานที่สุดแต่คงเป็นไปได้ยาก ส่วนสาเหตุที่เขาเลือกเปิดเผยตัวตนในพื้นที่การปกครองของทางการจีนอย่างฮ่องกง เพราะที่นี่เป็น"ตัวเลือกที่แย่น้อยที่สุด" หลังจากนายสโนว์เด้นเปิดเผยตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากติดต่อเสนอความช่วยเหลือให้นายสโนว์เด้นโดยผ่านเธอ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเขาอาจได้รับความช่วยเหลือให้หลบซ่อนตัวอยู่
 
การเปิดเผยโครงการสอดแนมของหน่วยงานด้านความมั่นคงสหรัฐฯ ทำให้มีการถกเถียงกันอีกครั้งเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกับการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุวินาศกรรมในสหรัฐฯอีก ทาง"เอ็นเอสเอ"ขอให้กระทรวงยุติธรรมสอบสวนเรื่องนี้เป็นคดีอาชญากรรม ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า กล่าวว่าโครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสและดำเนินการภายใต้การดูแลของศาลลับ และชาวอเมริกันไม่ได้เป็นเป้าหมายของการสอดแนม
 
ทั้งนี้ศูนย์วิจัย "พิว"ในสหรัฐฯ สำรวจความเห็นของชาวอเมริกันพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 56 ยอมรับได้กับโครงการดักฟังโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตของรัฐบาล ส่วนผู้ที่ไม่ยอมรับมีร้อยละ 41 ขณะที่ร้อยละ 45 เห็นด้วยกับโครงการนี้และสนับสนุนให้รัฐบาลทำต่อไป


กลับขึ้นด้านบน