กบอ.เริ่มเจรจาต่อรองราคากับบริษัทเอกชนคาดเจรจาเสร็จ 12 มิ.ย.

กบอ.เริ่มเจรจาต่อรองราคากับบริษัทเอกชนคาดเจรจาเสร็จ 12 มิ.ย.

กบอ.เริ่มเจรจาต่อรองราคากับบริษัทเอกชนคาดเจรจาเสร็จ 12 มิ.ย.

รูปข่าว : กบอ.เริ่มเจรจาต่อรองราคากับบริษัทเอกชนคาดเจรจาเสร็จ 12 มิ.ย.

กบอ.เริ่มเจรจาต่อรองราคากับบริษัทเอกชนคาดเจรจาเสร็จ 12 มิ.ย. คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. เรียกบริษัทผู้ชนะคะแนนเทคนิคอันดับหนึ่ง ในโครงการประมูลบริหารจัดการน้ำ เข้าเจรจาต่อรองราคาแล้ว โดยคาดว่าการเจรจาใน 9 กลุ่มโครงการจะแล้วเสร็จในวันที่ 12 มิถุนายนนี้

คณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ ที่มีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะเชิญบริษัทผู้ผ่านเกณฑ์ชนะคะแนนด้านเทคนิค ในโครงการบริหารจัดการน้ำ คือบริษัทล็อกซ์เลย์ ซึ่งเป็นบริษัทแรกเข้าเจรจาในช่วงบ่ายวันที่ 11 มิถุนายน นี้

ซึ่งบริษัทล็อกซ์เลย์ ได้คะแนนอันดับหนึ่งในกลุ่ม A6 และ B4 ซึ่งเป็นโครงการคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และเตือนภัย โดยมีวงเงิน 4,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเสนอต่ำกว่าราคาเพดาน เพียง 2.48 ล้านบาท ตัวแทนล็อกซ์เลย์ ระบุว่าราคาที่เสนอเหมาะสมแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีที่นำมาใช้ จะต่อยอดจากเทคโนโลยีที่จากใช้ในโครงการบริหารจัดการแม่น้ำแยงซีเกียง ของจีน

ในรอบคัดเลือกกรอบแนวคิด หรือ คอนเซปชวล แพ ลน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ปรับลดวงเงินลงมา 1,000 ล้าน และเพิ่มเงื่อนไขสร้างตึกบัญชาการขนาด 8,200 ตารางเมตรด้วย

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการได้เชิญ บริษัท เค-วอเตอร์ ซึ่งที่ได้คะแนนเทคนิคอันดับ 2 ในโครงการดังกล่าวมาสำรองไว้ด้วย ในกรณีที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองราคาได้ ขณะที่ช่วงบ่ายจะเชิญ บริษัท ซัมมิท เอสยูที เจรจาต่อรองราคาในกลุ่ม B2 หรือ โครงการปิดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจวงเงิน 14,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเสนอราคาต่ำกว่าเพดาน 66 ล้านบาท

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. เชื่อว่าการเจรจาต่อรองราคาใน 9 กลุ่มโครงการ จะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ 2556

ขณะที่ นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานคณะกรรมการประธานผันน้ำลงทะเล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกล่าวว่า เตรียมยื่นเรื่องระงับโครงการ ผ่านทางใดทางหนึ่งที่มีอำนาจในการจัดการ เนื่องจากโครงการนี้อาจไม่โปร่งใส

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในการคัดเลือก รัฐบาล และ กบอ. ไม่ได้เหตุผล และหลักเกณฑ์ในการตัดสิน และควรชี้แจงถึงขอบเขตโครงการ หรือ ทีโออาร์ที่จะทำสัญญากับบริษัทชนะการประมูล ว่าถูกเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปจากฉบับเดิมหรือไม่ เพราะหากเปลี่ยน ก็ถือว่าไม่ยุติธรรมกับบริษัทอื่น


กลับขึ้นด้านบน