ผู้ต้องหาฆ่าเอกยุทธมอบตัวเพิ่ม รับร่วมเหตุการณ์แต่ไม่ได้ฆ่าเอกยุทธ

ผู้ต้องหาฆ่าเอกยุทธมอบตัวเพิ่ม รับร่วมเหตุการณ์แต่ไม่ได้ฆ่าเอกยุทธ

ผู้ต้องหาฆ่าเอกยุทธมอบตัวเพิ่ม รับร่วมเหตุการณ์แต่ไม่ได้ฆ่าเอกยุทธ

รูปข่าว : ผู้ต้องหาฆ่าเอกยุทธมอบตัวเพิ่ม รับร่วมเหตุการณ์แต่ไม่ได้ฆ่าเอกยุทธ

ผู้ต้องหาฆ่าเอกยุทธมอบตัวเพิ่ม รับร่วมเหตุการณ์แต่ไม่ได้ฆ่าเอกยุทธ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ยอมรับอยู่ร่วมเหตุการณ์แต่ไม่ใช่คนฆ่านายเอกยุทธ ซัดทอดคนขับรถ ลงมือบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนนำตัวไปฝังที่จังหวัดพัทลุง

นายสุทธิพงษ์ พิมพ์พิสาร หรือ เบิ้ม เข้ามอบตัวกับตำรวจ แต่ยังให้การภาคเสธ ว่าเป็นคนฆ่านายเอกยุทธ แต่ยอมรับว่า เข้าไปมีส่วนรู้เห็นตั้งแต่วันแรก ที่เกิดคดีจนถึงฝังศพ

นายสุทธิพงษ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ได้รับโทรศัพท์ จากนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถ ให้มาหาบอกว่ามีปัญหา กับบุคคลคนหนึ่งต้องการให้มาช่วย และพบกันนายสันติภาพที่ท้ายซอยประดิพัทธ์ 12 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน โดยนายสันติภาพได้นำรถตู้สีดำมารับและบอกให้ซ่อนตัวอยู่ในรถ

จากนั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเห็นนายเอกยุทธขึ้นมาบนรถ จนมาถึงถนนลาดพร้าว นายสันติภาพก็ได้จอดรถข้างทางพร้อมข่มขู่นายเอกยุทธ และบอกให้นายสุทธิพงษ์ แสดงตัวโดยนายสันติภาพเป็นคนใส่กุญแจมือนายเอกยุทธแล้วจึงขับรถพาไปบริษัทฯ และเข้าไปถอดกล้องวงจรปิดออก และค้นทรัพย์สินภายในบริษัท

นายสุทธิพงษ์ เล่าว่า เวลา ประมาณ 03.00 น.ก็ได้ขับรถเข้าไปบ้านพี่สาวนายสันติภาพที่ย่านลาดกระบัง และในวันที่ 7 มิถุนายน นายสุทธิพงษ์ อ้างว่า นายเอกยุทธเป็นคนเสนอเงิน 5 ล้านบาทให้กับนายสันติภาพ จนช่วงเย็น นางจิตรอำไพ เพ็งด้วง ก็เป็นคนมารับเงินสด 5 ล้านบาทที่บ้านพักดังกล่าว

ซึ่งในเวลา 03.00 น.ของวันที่ 8 มิถุนายน จึงได้ขับรถออกมาเพื่อเดินทางไปจังหวัดพัทลุง แต่ระหว่างทางก็เกิดเหตุนายเอกยุทธพยายามหลบหนี ออกจากรถ ซึ่งนายสันติภาพเป็นคนลงไปตามเพียงคนเดียว และเป็นผู้บีบคอนายเอกยุทธจนนิ่งไป จากนั้นจึงมาเรียกนายสุทธิพงษ์มาช่วยนำร่างนายเอกยุทธขึ้นรถ และใช้ให้นายสุทธิพงษ์นำเชือกรองเท้ารัดคอนายเอกยุทธซ้ำอีกครั้ง จากนั้นก็ย้ายศพไปที่เบาะหลัง และขับรถมุ่งหน้าไปจังหวัดพัทลุง เพื่อนำศพไปฝัง

ก่อนจะนำร่างของนายเอกยุทธฝังนั้น นายสันติภาพเป็นคนผู้ลงมือปลดทรัพย์สินองนายเอกยุทธทั้งหมด และเมื่อฝังศพเรียบร้อยแล้ว นายสันติภาพได้ขับรถมาส่งนายสุทธิพงษ์มาที่แยกโพธิ์ทอง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อให้นายสุทธิพงษ์นั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ เอง พร้อมนายสันติภาพได้นำเงินให้ 100,000 บาท

จากนั้นนายสันติภาพนำสร้อยคอทองคำ พระเครื่อง นาฬิกาโรเล็กซ์ ไปทิ้งที่สะพานแพร่งเมือง อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี่ชุดประดาน้ำของ กองบังคับการตำรวจน้ำ 6 นายกำลังปฏิบัติการหาทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ โดยนายสุทธิพงษ์ ปฏิเสธว่า ไม่รู้จักกับ นายเชาวลิต วุ่นชุม และนายทิวากร โดยหลังจากนี้ตำรวจจะคุมตัวนายสุทธิพงษ์ ไปจังหวัดพัทลุงเพื่อชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมรับตัวกลับกรุงเทพ เพื่อมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกครั้ง


กลับขึ้นด้านบน