ความน่ากลัวของเทคโนโลยีในหนังไซไฟ ภัยร้ายใกล้ตัว

ความน่ากลัวของเทคโนโลยีในหนังไซไฟ ภัยร้ายใกล้ตัว

ความน่ากลัวของเทคโนโลยีในหนังไซไฟ ภัยร้ายใกล้ตัว

รูปข่าว : ความน่ากลัวของเทคโนโลยีในหนังไซไฟ ภัยร้ายใกล้ตัว

ความน่ากลัวของเทคโนโลยีในหนังไซไฟ ภัยร้ายใกล้ตัว เวลาเราชมภาพยนตร์หรือนวนิยายวิทยาศาสตร์เราอาจจะเห็นภาพที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลสร้างสร้างความสะดวกสบาย แต่ในอีกด้านการมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้อาจจะทำให้ความเป็นส่วนตัวลดน้อยลง ซึ่งบ่อยครั้งเรื่องจากจินตนาการในภาพยนตร์อาจกลายเป็นเรื่องจริง

ภาพของโลกอนาคตที่ ผู้คนถูกจับตาและสอดส่องตลอดเวลาโดยสายตาของผู้ปกครองที่รู้จักกันในนาม บิ๊กบราเธอร์ ส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง 1984 สร้างจากนวนิยายของ จอร์จ ออร์เวล นักเขียนแนวสังคมนิยม ซึ่งกำลังกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากข่าวการเปิดโปงของ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ว่าหน่วยสืบราชการลับสหรัฐ มีเทคโนโลยีที่ใช้ดักจับข้อมูลส่วนตัวของผู้ในอินเทอร์เน็ต เพื่อคอยตรวจดูว่าใครมีแนวโน้มจะเป็นภัยต่อรัฐ ไม่ต่างกับที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ ทำให้ยอดขายของนิยายเรื่องนี้ในเว็บไซท์อเมซอนเพิ่มขึ้นร้อย 7,000 % ภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง หลังข่าวถูกเผยแพร่ออกไป

การได้มาซึ่งความมั่นคงของรัฐโดยแลกกับสิทธิของประชาชนเคยถูกพูดถึงมาแล้วใน ภาพยนตร์เรื่อง Enemy of The State ภาพยนตร์ปี 1998 ที่พูดถึงการให้อำนาจรัฐบาลปราบรามการก่อการร้ายโดยการดักฟังประชาชน ซึ่งกลายมาเป็นความจริงในปี 2006 ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ส่วนหนึ่งของนโยบายสงครามต่อต้านการก่อการร้าย โดยภายหลังถูกควบคุมให้มีความรอบคอบและระเบียบขั้นตอนมากขึ้น จากแรงกดดันของสื่อมวลชนและประชาชน

ภารกิจปราบปรามอาชญากรรมก่อนที่จะมีการกระทำผิดของหน่วย Pre-Crime ในภาพยนตร์เรื่อง Minority Report ภาพยนตร์จากจินตนาการของ สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผ่านการตรวจสอบข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งหลายครั้งที่การสอดแนมโดยรัฐจะถูกสะท้อนว่าไร้จริยธรรมในสื่อภาพยนตร์แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่าเกือบ 60% ของประชาชนสหรัฐฯกลับการสอดแนมของรัฐยอมรับได้ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าผู้คนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงภัยจากการถูกเฝ้าดูและควบคุมโดยรัฐบาล


กลับขึ้นด้านบน