ตลาดสร้างบ้านครึ่งปีแรกโต แต่แรงงานหด แข่งไม่คึก ฉุดกำลังผู้ประกอบการ

ตลาดสร้างบ้านครึ่งปีแรกโต แต่แรงงานหด แข่งไม่คึก ฉุดกำลังผู้ประกอบการ

ตลาดสร้างบ้านครึ่งปีแรกโต แต่แรงงานหด แข่งไม่คึก ฉุดกำลังผู้ประกอบการ

รูปข่าว : ตลาดสร้างบ้านครึ่งปีแรกโต แต่แรงงานหด แข่งไม่คึก ฉุดกำลังผู้ประกอบการ

ตลาดสร้างบ้านครึ่งปีแรกโต แต่แรงงานหด แข่งไม่คึก ฉุดกำลังผู้ประกอบการ ชี้เหตุวัสดุปรับราคาทำราคาบ้านเพิ่ม 2-4% ฟุ้งยอดขายครึ่งปีแรกทะลุ 600 ล้านบาทใกล้เคียงเป้าที่ตั้งไว้ เชื่อครึ่งปีหลังกำลังซื้อตจว.เพียบ ตั้งเป้าโกยยอดขายทะลุเป้า 1.4 พันล้าน

 นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  เปิดเผยว่า ตลาดรวมรับสร้างบ้านทั่วประเทศครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยเฉพาะกำลังซื้อในต่างจังหวัดขยายตัวได้ดี ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันของผู้ประกอบการไม่คึกคักเท่าที่ควร ทั้งนี้ เป็นเพราะปัญหาขาดแคลนแรงงานยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบก่อสร้างแบบเดิมๆ ไม่พร้อมจะรองรับกำลังซื้อที่มี หรือไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ตามความต้องการของตลาดที่เติบโต ดังนั้น โอกาสจึงเป็นของกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านที่ใช้ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป (Prefab)  ซึ่งใช้แรงงานจำนวนน้อยและก่อสร้างได้รวดเร็ว ที่สำคัญสามารถรับงานสร้างบ้านต่อปีได้จำนวนมากกว่าทำให้กวาดยอดขายตุนไว้ในครึ่งปีแรกได้ทั่วหน้า

นายสิทธิพร กล่าวว่า ช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้แล้ว 600 ล้านบาทเศษ ต่ำกว่าเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ตลอดปีที่ 1.4 พันล้านบาทเล็กน้อยโดยยอดขายรวมของบริษัทฯ ที่ได้มาแบ่งเป็น ยอดขายจากตลาดต่างจังหวัดร้อยละ 78 และยอดขายจากตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลร้อยละ 22 อย่างไรก็ดี แม้ว่ายอดขายจะต่ำกว่าเป้าแต่ก็มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลัง จะสามารถแชร์ส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรก ทั้งนี้เป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจในช่วงครึ่งปีหลัง รวมทั้งบริษัทฯ เองมีการเปิดสาขาในพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก เท่ากับเป็นการขยายสู่กำลังซื้อกลุ่มใหม่ได้เพิ่มขึ้น โดยประเมินว่ายอดขายในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัทฯ จะเติบโตจากสาขาในต่างจังหวัดเช่นเดียวกับครึ่งปีแรก โดยเฉพาะยอดขายจากสาขาในจังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีแนวโน้มว่ายอดขายจะเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรก 
“ปัญหาขาดแคลนแรงงานในปัจจุบัน ยอมรับว่าได้รับผลกระทบด้วยเช่นกันแต่ไม่มากนัก เหตุก็เพราะบริษัทฯ เตรียมพร้อมและปรับตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยการนำโครงสร้างเสา-คาน-พื้นสำเร็จรูปที่เรียกว่าMLS (Multi-joint Lock System) มาใช้ในการสร้างบ้านทุกหลัง ข้อดีของ MLS ได้แก่ 1)ลดระยะเวลาก่อสร้างในสถานที่ลง 2)ใช้แรงงานจำนวนน้อยกว่า 3)ควบคุณคุมภาพได้แม่นยำกว่าระบบก่อสร้างแบบเดิม แต่ก็มีจุดอ่อนคือ มีต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสูงกว่า ทำให้เสียเปรียบอยู่บ้างกับคู่แข่งที่เน้นราคาต่ำแต่ไม่เน้นคุณภาพและความรวดเร็ว”
 นายสิทธิพร กล่าวว่า กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างหลักๆ ได้มีการแจ้งปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกเฉลี่ย 5-15% ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ รวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานที่กำลังเผชิญจนเกิดการแย่งชิงกันอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการปรับค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจอีก 15-20% ทั้งนี้ ยอมรับว่าไม่อาจแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ฉะนั้นในช่วงไตรมาสสามนี้จึงจำเป็นต้องปรับราคาขายบ้านเพิ่มขึ้น 2-3% จากราคาเดิมโดยยังคงรับภาระส่วนหนึ่งไว้หรือเฉือนกำไรลง เพื่อมิให้ผู้บริโภคต้องเป็นผู้แบกรับแต่ฝ่ายเดียว อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาเทคโนโลยีก่อสร้างใหม่ๆ ที่ลดการใช้แรงงานและเพื่อจะนำมาใช้ก่อสร้างบ้านในอนาคต 
 


กลับขึ้นด้านบน