เลขาฯ ฟีฟ่าขีดเส้นตายพักสถานภาพสมาชิกของไทย

เลขาฯ ฟีฟ่าขีดเส้นตายพักสถานภาพสมาชิกของไทย

เลขาฯ ฟีฟ่าขีดเส้นตายพักสถานภาพสมาชิกของไทย

รูปข่าว : เลขาฯ ฟีฟ่าขีดเส้นตายพักสถานภาพสมาชิกของไทย

เลขาฯ ฟีฟ่าขีดเส้นตายพักสถานภาพสมาชิกของไทย การประกาศยกเลิกการประชุมเมื่อวันเสาร์ ทำให้ตัวแทนของฟีฟ่าซึ่งเดินทางมาชี้แจงเรื่องการใช้ธรรมนูญฟีฟ่าแสดงความไม่พอใจ ล่าสุด เลขาธิการทั่วไปของฟีฟ่าส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยสั่งให้สมาคมเจรจากับบริษัทสโมสรฟุตบอลพัทยาให้ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอล และให้จัดการเลือกตั้งภายใต้ธรรมนูญฟีฟ่าภายในวันที่ 30 กันยายน และหากไม่ทำตามไทยจะถูกพักสถานภาพการเป็นสมาชิก

นายมาร์คุส แคทเนอร์ เลขาธิการทั่วไปของฟีฟ่า ส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียดสั่งให้สมาคมดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามคำแนะนำของฟีฟ่า คือ ฟีฟ่าสั่งให้สมาคมเจรจากับบริษัทสโมสรฟุตบอลพัทยาดำเนินการถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลภายในวันที่ 24 มิถุนายน หรือหากไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของฟีฟ่า สมาคมฟุตบอลจะต้องตัดบริษัทสโมสรฟุตบอลพัทยาออกจากสโมสรสมาชิก และให้สมาคมฟุตบอลจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมภายในวันที่ 30 กันยายน ด้วยการใช้ธรรมนูญฟีฟ่า

หากไม่ยอมจัดการเลือกตั้งภายใต้ธรรมนูญฟีฟ่า สมาคมฟุตบอลไทยจะถูกลงโทษตามระเบียบของฟีฟ่าที่ได้กำหนดเอาไว้ ทั้งนี้ ฟีฟ่าอ้างถึงธรรมนูญในข้อ 12 ที่ว่าด้วยสิทธิ์ของสมาชิกฟีฟ่า

ฟีฟ่าชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอล โดยอ้างถึงการประชุมใหญ่ของสมาคมฟุตบอลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากคำสั่งของศาล ซึ่งการดำเนินกิจการใดๆ ของสมาคมฟุตบอลต้องเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายอื่นๆ ซึ่งนายมาร์คุสได้อ้างตามธรรมนูญของฟีฟ่าในข้อ 13 และข้อ 17

การส่งหนังสือชี้แจงของฟีฟ่าครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สโมสรฟุตบอลของไทย และทีมฟุตบอลไทยถูกพักการเป็นสมาชิก ซึ่งจะถูกห้ามเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันที่ฟีฟ่าให้การรับรองทุกรายการ และภายใต้การรับรองของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี

รวมถึงถูกตัดความช่วยเหลือจากฟีฟ่าในด้านอื่น เช่น การอบรมผู้ฝึกสอน และหลักสูตรการพัฒนาของฟีฟ่า หากสมาคมฟุตบอลไม่สามารถดำเนินการตามฟีฟ่าแนะนำได้ นายมาร์คุสจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการฉุกเฉินพิจารณา เพื่อหามาตรการจัดการกับไทยต่อไป

นอกจากนั้น นายมาร์คุสยังย้ำให้ไทยตระหนักว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการฟีฟ่าในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กำหนดไว้ว่าสมาคมฟุตบอลต้องดำเนินการแก้ไขกฎข้อบังคับตามธรรมนูญฟีฟ่าเท่านั้นจึงจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้

ขณะที่บริษัทสโมสรฟุตบอลพัทยายังยืนยันไม่ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลซึ่งศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามสมาคมฟุตบอลนำวาระโหวตรับรองธรรมนูญฟีฟ่าเข้าที่ประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และต้องการให้ฟีฟ่าส่งหนังสือชี้แจงมายังบริษัทสโมสรฟุตบอลพัทยาโดยตรง เพื่อจะได้ทำหนังสือชี้แจงไปถึงฟีฟ่าเช่นกัน

นอกจากนี้ ทางฝั่งตรงข้ามสมาคมฟุตบอลกำลังดำเนินการรวบรวมเสียงสโมสรสมาชิก 1 ใน 3 หรือประมาณ 70 เสียง ในการขอให้สมาคมฟุตบอลจัดเลือกตั้งภายใน 21 วัน และหากสมาคมยังไม่ดำเนินการ นายอรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี จะใช้อำนาจสโมสรสมาชิกจำนวน 2 ใน 3 จัดการเลือกตั้งนายกสมาคมเองทันที


กลับขึ้นด้านบน