ไล่บี้ "กฟผ." รับผิดร่วมเหตุไฟฟ้าดับ14จังหวัดใต้ ทีมสอบ กกพ.หาช่องดับโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็น

ไล่บี้ "กฟผ." รับผิดร่วมเหตุไฟฟ้าดับ14จังหวัดใต้ ทีมสอบ กกพ.หาช่องดับโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็น

ไล่บี้ "กฟผ." รับผิดร่วมเหตุไฟฟ้าดับ14จังหวัดใต้ ทีมสอบ กกพ.หาช่องดับโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็น

รูปข่าว : ไล่บี้ "กฟผ." รับผิดร่วมเหตุไฟฟ้าดับ14จังหวัดใต้ ทีมสอบ กกพ.หาช่องดับโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็น

ไล่บี้ ลั่นไม่ผลักต้นทุนซื้อไฟฟ้ามาเลเซียลงเอฟที ด้านผู้ว่ากฟผ.ยอมรับหากเปิดครบทุกแห่งสถานการณ์ไม่แย่แต่จำเป็นต้องปิดซ่อมบำรุง

 ข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์ อยู่ระหว่างเร่งสรุปผลสอบ ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความบกพร่องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือไม่ แม้ว่าผลสอบของกระทรวงพลังงานที่มีนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน จะระบุว่าเรื่องนี้เป็นเหตุสุดวิสัย โดยที่กฟผ.ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ในแง่ข้อเท็จจริง จะต้องยึดผลสอบของ กกพ.เป็นหลักเพราะมีกฏหมายกำกับเฉพาะ 

 
จากการชี้แจงของ กฟผ.แม้ว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนในภาวะฉุกเฉินครบถ้วนก็ตาม แต่กรณีที่มีการปิดโรงไฟฟ้าปรับปรุงประมาณ 3-4 แห่งในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น โรงไฟฟ้าพลังความร้อน จ.กระบี่ ทำให้กำลังการผลิตหายไปกว่า 315 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชประภา และ เขื่อนบางลาง ที่ไฟฟ้าหายไปจากะบบอีกกประมาณ 100 เมกะวัตต์ แต่ก็ยังปิดซ่อมสายส่งขนาด 500 กิโลวัตต์ในเวลาดังกล่าว โดยไม่ทะยอยเปิดโรงไฟฟ้าบางส่วนเพื่อรองรับกับสถานการณ์ ประเด็นดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ควบคุมได้แต่ประมาทหรือไม่ 
 
รายงานข่าวกล่าวว่า กรณีที่กระทรวงพลังงานตัดสินเรื่องนี้ว่า กฟผ.ไม่มีความผิด ถือว่าเป็นแรงกดดันของคณะกรรมการสอบ กกพ.เป็นอย่างมาก เพราะคงไม่ต้องการมีข้อสรุปที่ล้มล้างความเห็นของกระทรวง ซึ่งในกรณีที่หากผลสอบเรื่องนี้พ้องกับความเห็นของกระทรวงพลังงานคือกฟผ.ไม่มีความผิด กกพ.คงต้องหาแนวทางชดเชย 13 ล้านบาท โดยใช้เงินจากเงินเรียกปรับโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี) ที่ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตามกำหนด เงินเหลือจากการลงทุนของ 3 การไฟฟ้า (คอลแบค) อีกประมาณ 1-2 พันล้านบาทมาจ่ายชดเชยแทน โดยไม่ต้องการผลักภาระลงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ให้ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการขอมติอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ กกพ.ทั้ง 7 ท่าน หลังจากที่ผลสอบมีความชัดเจนแล้ว 
 
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ยอมรับว่าในช่วงเวลาดังกล่าว กฟผ.มีการปิดซ่อมโรงไฟฟ้าประมาณ 3-4 แห่งจริง เช่น โรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าขนอม แต่เรื่องนี้ได้มีการชี้แจงความจำเป็นให้ทางกกพ.รับทราบไปทั้งหมดแล้ว ว่าเป็นเหตุจำเป็นต้องมีการปิดซ่อม ถือเป็นเรื่องปกติ และไม่ได้คาดว่าจะเกิดเหตุฟ้าผ่าจนไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตามหากโรงไฟฟ้า 3-4 แห่งดังกล่าว หากมีการเดินเครื่องในช่วงที่เกิดเหตุ ก็เชื่อว่าสถานการณ์อาจไม่รุนแรงเท่าที่เกิดขึ้น พื้นที่บางส่วนไฟฟ้าอาจไม่ดับ หรือดับไม่รวดเร็วเกินไป แต่ก็เป้นไปไม่ได้ที่โรงไฟฟ้าจะเปิดทั้งหมดพร้อมกัน เพราะหากไม่พร้อมแล้วดันทุรังเปิดต่อไปก็อาจจะเสียหายมากกว่าเดิมได้ 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน