หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสิงคโปร์

หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสิงคโปร์

หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสิงคโปร์

รูปข่าว : หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสิงคโปร์

หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสิงคโปร์ สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าประเทศอินโดนีเซียที่เข้าปกคลุมทั่วประเทศสิงคโปร์เลวร้ายลงทุกขณะ ซึ่งวันนี้ค่าดัชนีมลภาวะในอากาศ พุ่งสูงถึงระดับ 400 ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเริ่มเป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ขณะที่อินโดนีเซียส่งเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้ในปฏิบัติการดับไฟป่า และพยายามทำฝนเทียม เพื่อดับไฟให้ได้เร็วที่สุด

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดริเอา บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดไฟป่าหลายร้อยจุด ต้องระดมกำลังดับไฟตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อพยายามควบคุมไฟป่า และแก้ไขปัญหาหมอกควันที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรงทั้งในอินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน โดยประชาชนในจังหวัดริเอา ต้องเปิดไฟสัญจรบนท้องถนนตลอดวัน เพราะทัศนวิสัยเลวร้าย ขณะที่สนามบินหลายแห่งบนเกาะสุมาตราต้องปิดการจราจรทางอากาศ เพราะปัญหาหมอกควัน

มีรายงานว่าเมื่อคืนนี้ ประธานาธิบดีสุสิโล่ บัมบัง ยูโดโยโน่ เรียกประชุมด่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงกลางดึก และสั่งการให้สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉิน ระดมเครื่องมือทุกอย่างที่มีอยู่ เพื่อเร่งดับไฟป่า ซึ่งสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉิน ระบุว่า ได้จัดส่งเครื่องบินทำฝนเทียมสู่พื้นที่แล้ว และเริ่มทำฝนเทียม หวังจะให้ฝนตกบรรเทาปัญหา พร้อมทั้งส่งเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดน้ำอีก 2 ลำ ไปยังจังหวัดริเอา เพื่อช่วยในการดับไฟป่า

ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย และสิงคโปร์อย่างหนัก เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้ถือว่ารุนแรงกว่าที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะสิงคโปร์ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด การวัดดัชนีมลภาวะในอากาศ หรือ PSI เมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พุ่งสูงถึง 401 ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ 100 PSI และถือว่าอากาศขณะนี้ อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เด็ก และผู้สูงอายุ ค่า PSI ที่วัดได้ในวันนี้ ยังสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในสิงคโปร์ สูงกว่าเมื่อปี 2540 ที่เคยเป็นช่วงที่ปัญหาเลวร้ายที่สุด ซึ่งวัดค่า PSI ได้ 226

สถานการณ์หมอกควันยังทำให้ผู้นำศาสนาอิสลามในสิงคโปร์ ประกาศให้ชาวมุสลิมเว้นการไปมัสยิดในวันนี้ ขณะที่เริ่มมีการประเมินว่าหากควันไฟปกคลุมนานหลายสัปดาห์อย่างที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์แสดงความกังวลจริง ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้ แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งต้องปิดบริการแล้ว เช่น สิงคโปร์ ฟลายเยอร์ และสวนน้ำ ไวล์ ไวล์ เว็ท บริษัทหลายบริษัทเริ่มให้ประชาชนทำงานที่บ้า และต้องหยุดบริการสนามบินระดับ VIP แล้ว ขณะที่ร้านอาหารหลายแห่งไม่มีคนเข้าไปใช้บริการทั้งที่ปกติจะค่อนข้างแน่นในวันศุกร์ เนื่องจากประชาชนตัดสินใจอยู่กับบ้าน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ

ส่วนที่มาเลเซีย เด็กนักเรียนในรัฐยะโฮร์ ต้องสวมหน้ากากอนามัยเช่นกัน เพื่อป้องกันการสูดดมหมอกควันที่ลอยมาจากอินโดนีเซียเช่นกัน ซึ่งที่ยะโฮร์ วัดดัชนีมลภาวะในอากาศได้ระหว่าง 193 - 323 ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นกัน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะประกาศปิดเรียนชั่วคราวต่อไป


กลับขึ้นด้านบน