ทางออกประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย 81 ปี

ทางออกประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย 81 ปี

ทางออกประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย 81 ปี

รูปข่าว : ทางออกประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย 81 ปี

ทางออกประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย 81 ปี วันที่ 24 มิถุนายน 2475 คือ วันที่สยามประเทศเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และในโอกาสครบรอบ 81 ปี ของการเมืองการปกครองไทยวันพรุ่งนี้ (24มิ.ย.56) อดีตประธานรัฐสภา กลับแสดงความเป็นห่วงกรณีการขับเคลื่อนแก้รัฐธรรมนูญและผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรม อาจบานปลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่

81 ปีประชาธิปไตยไทยภายใต้ดุลอำนาจ 3 ฝ่าย อดีตประธานรัฐสภา จาก 2 พรรคการเมือง เชื่อมั่นว่ากลไลรัฐธรรมนูญ ยังคงเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น แม้ในบางสถานการณ์จะเกิดความสับสนกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ แต่ก็อยู่ในช่วงปรับปรุงเปลี่ยนผ่านในทิศทางดีขึ้น

 
โดยนายพิชัย รัตตกุล ระบุว่า รัฐสภา หรือ สภาผู้แทนราษฎร จะต้องทบทวนและไตร่ตรองบทบาทของตัวเองอย่างมีเหตุและผล และรอบคอบรอบด้าน โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลที่จะสร้างประชาธิปไตยไทยให้สมบูรณ์แบบ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นเอกสารชี้วัดความเป็นประชาธิปไตยของประเทศเสมอไป

    

 
ขณะที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช เห็นว่า รัฐสภาคือเสาหลักของประเทศ จึงมั่นใจว่า จะเป็นพื้นที่รวมของผู้คนและความคิดที่หลากหลาย เพื่อสรุปแนวทางของการขับเคลื่อนงานด้านนิติบัญญัติได้ หากแต่การแก้รัฐธรรมนูญหรือการตรากฎหมายปรองดองนั้น รัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร จะต้องให้ความสำคัญกับเสียงข้างน้อยด้วย แม้เสียงข้างมากจะผลักดันเดินหน้าได้โดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม
 
แต่อดีตประธานรัฐสภา จากพรรคพลังประชาชน กล่าวย้ำด้วยว่า รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายปรองดอง ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่จะรักษาได้ทุกโรค ดังนั้นการแก้รัฐธรรมนูญ คงต้องรับฟังเสียงประชาชน และการตรากฎหมายปรองดอง จะต้องมีกระบวนการสร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคมควบคู่กันไปด้วย เช่นเดียวกับคำแนะนำของอดีตประธานรัฐสภา จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ร้องขอสมาชิกรัฐสภาพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญและตรากฎหมายปรองดอง ด้วยเหตุและผล แทนการกล่าวหาโจมตีถกเถียงกัน เพราะอาจนำมาซึ่งเหตุการเผชิญหน้าและปิดท้ายด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งรอบ 2


กลับขึ้นด้านบน