จับตา "จำนำข้าว" กับเสถียรภาพ-ความเชื่อมั่นของรัฐบาล

จับตา "จำนำข้าว" กับเสถียรภาพ-ความเชื่อมั่นของรัฐบาล

จับตา "จำนำข้าว" กับเสถียรภาพ-ความเชื่อมั่นของรัฐบาล

รูปข่าว : จับตา "จำนำข้าว" กับเสถียรภาพ-ความเชื่อมั่นของรัฐบาล

จับตา สัปดาห์นี้ความเคลื่อนไหวของชาวนาทั่วประเทศ ที่จะเรียกร้องให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์รับจำนำข้าว เพื่อกลับไปใช้ราคาเดิม ที่ตันละ 15,000 บาท จึงน่าจับตาการรับมือของฝ่ายรัฐบาลต่อความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มใหญ่ของประเทศครั้งนี้ ว่าจะกระทบถึงเสถียรภาพ และความเชื่อมั่นของรัฐบาลอย่างไร

รู้ลึก รู้จริง โกง..จำนำข้าว คือ ชื่อเอกสารของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จงใจ ตอบโต้ข้อมูล เอกสาร ของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่จัดพิมพ์ก่อนหน้านี้ในชื่อคล้ายกัน และเผยแพร่ช่วงจังหวะเวลาที่รัฐบาลกำลังประสบวิกฤติความเชื่อมั่นจากนโยบายรับจำนำ

 
ขณะที่ประชาชนบางส่วนแสดงความเห็นผ่านผลสำรวจหลายสำนักวิจัย ไปในทิศทางเดียวกัน ให้คะแนนความเชื่อมั่นรัฐบาลลดลงจากปัญหาโครงการรับจำนำ ชาวนาบางคน เชื่อว่า ความด้อยประสิทธิภาพของการบริหารโครงการรับจำนำ เกิดขึ้นเพราะรัฐมนตรีพาณิชย์คนปัจจุบันไม่มีความเหมาะสมที่จะดูแลโครงการนี้
 
ก่อนหน้านี้ เกษตรกร โรงสี ผู้ค้า ต่างระบุถึงการทุจริตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกรไปจนถึงการระบายข้าว โดยเฉพาะการระบายข้าว นักวิชาการทีดีอาร์ไอ เชื่อว่า อาจมีฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล ลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน 1 ล้านตัน เข้าโกดังแทนข้าวในโครงการที่คุณภาพดีกว่า อีกทั้งข้าวสารปริศนา ที่ไม่ได้ส่งมอบอีก 2.5 ล้านตัน จนปิดบัญชีไม่ลง ทำให้เกิดการลักลอบขายข้าวนอกระบบรวม 3.5 ล้านตัน

    

 
แม้ภาครัฐจะชี้แจงถึงความรัดกุมในการป้องกันทุจริต แต่นักวิชาการ มองว่าเป็นเพียงมาตรการในกระดาษ ควบคุมการรั่วไหลของงบประมาณโครงการนี้ไม่ได้ ดังนั้น ทางออก คือยกเลิกการรับจำนำ แล้วหามาตรการดูแลเกษตรกรโดยตรงแทน
 
นักวิชาการมองว่า การแก้ปัญหาโครงการรับจำนำ ด้วยการลดราคากับเกษตรกร เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะไม่ช่วยลดช่องทางทุจริตคอร์รัปชั่น ขณะเดียวกัน ยังทำให้เกิดปฏิกิริยาจากชาวนาทั่วประเทศ ที่มองว่ารัฐบาลกำลังทำผิดคำมั่นสัญญา
 
โดยวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.56)  สภาเกษตรกร เตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ส่วนสมาคมชาวนานัดรวมตัววันอังคารที่ 25 เรียกร้องทบทวนหลักเกณฑ์รับจำนำให้กลับไปใช้ราคาเดิม เพราะ ต้นทุนการปลูกข้าวของชาวนา สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการรับจำนำ เมื่อสองปีก่อน ราคาใหม่จึงไม่คุ้มกับการลงทุนที่เสียไปแล้ว
 


กลับขึ้นด้านบน