การใช้สารเคมี รักษาคุณภาพข้าวที่ผลิตในปี 2554-2555

การใช้สารเคมี รักษาคุณภาพข้าวที่ผลิตในปี 2554-2555

การใช้สารเคมี รักษาคุณภาพข้าวที่ผลิตในปี 2554-2555

รูปข่าว : การใช้สารเคมี รักษาคุณภาพข้าวที่ผลิตในปี 2554-2555

การใช้สารเคมี รักษาคุณภาพข้าวที่ผลิตในปี 2554-2555 ข้าวที่อยู่ในโครงการรับจำนำขณะนี้เกือบ 18 ล้านตัน ส่วนหนึ่งจะถูกระบายออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ เป็นข้าวที่ผลิตในปี 2554-2555 ซึ่งการเก็บไว้ในสต๊อกเป็นเวลานานนั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการใช้สารเคมีรมควันข้าวเพื่อลดความชื้น และป้องกันแมลง ขณะที่ข้อมูลทางวิชาการ พบว่ามีการนำเข้าสารเคมีชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 ในปี 2555 ซึ่งมีสังเกตว่า อาจเกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าว

มีการเปิดเผยข้อมูลจาก ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอ ไทย (BioThai) ที่พบความผิดปกติ ในการนำเข้า "เมทิลโบร์ไมด์" สารเคมี หนึ่งใน 2 ชนิด ที่นำมาใช้รมควันข้าวที่ถูกเก็บไว้ในโกดัง "เมทิลโบร์ไมด์" นับว่า เป็นสารเคมีอันตรายอยู่ในหมวดควบคุม ซึ่งทั่วโลก ประกาศยกเลิกใช้แล้วหลายประเทศ เพราะทำลายชั้นบรรยากาศ มีความเป็นพิษสูง และมีข้อตกลงของหลายประเทศร่วมกันว่า จะยกเลิกใช้เป็นทางการในปี 2558

ส่วนประเทศไทย โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร พยายามนำเข้าลดลงต่อเนื่อง จนถึงปี 2554 พบว่า ไม่มีการนำเข้า แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ในปีถัดมา 2555 พบปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62 หรือ กว่า 270,000 ตัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสอดคล้องกับการ มีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจนถึงปัจจุบัน มีข้าวในสต๊อกเกือบ 18 ล้านตัน และเป็นที่น่าสังเกตว่า การนำเข้าสารดังกล่าว เป็นรูปแบบผสมกับสารเคมี "คลอโรพิคริน" ซึ่งสหภาพยุโรป ประกาศห้ามใช้ตั้งแต่ปี 2555

อีกประเด็นที่ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กังวลคือ การใช้สารเคมีในนาข้าวเกินมาตรฐาน ซึ่งจากผลการสำรวจชาวนา ในพื้นที่ภาคกลาง 200 คน พบว่า ใช้สารเคมีในนาข้าว เพิ่มจากมาตรฐาน ร้อยละ27 และเป็นสารเคมี ที่กรมวิชาการเกษตร ไม่แนะนำให้ใช้เพราะมีฤทธิ์ตกค้างนาน

ขณะที่ นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ปัจจุบันได้แนะนำให้ใช้สารเคมี "อลูมิเนียมฟอสไฟด์" หรือ "ฟอสฟีน" แทน "เมทิลโบร์ไมด์" ควบคุุมการรวมควัน เพือรักษาคุณภาพข้าว และจะต้องควบคุมอยู่ในมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคว่า จะไม่ทำให้เกิดสารตกค้างโดยมีกรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ

ขณะที่ประชาชน บางส่วน ที่ติดตามประเด็นข่าวเรื่องการใช้สารเคมี รวมควันข้าวที่ค้างสต๊อกต่างเห็นว่า ฝ่ายเกี่ยวข้องควรเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างเพื่อความมั่นใจในการบริโภค

ปัจจุบันมีข้าวในสต๊อกตามโครงการรับจำนำ รวมเกือบ 18 ล้านตัน แบ่งเป็น ความรับผิดชอบขององค์การคลังสินค้า 17 ล้านตัน และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เกือบ 3 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่า การใช้สารเคมีรมควัน ทั้งข้าวที่ค้างสต๊อก และข้าวที่ผลิตใหม่ จะทำในทุกๆ 3 เดือน


กลับขึ้นด้านบน