"นาโยน"ปลูกข้าวแบบใหม่ ลดต้นทุน-ความเสี่ยง เลี่ยงปัญหาค่าแรง-ราคาข้าวผันผวน

"นาโยน"ปลูกข้าวแบบใหม่ ลดต้นทุน-ความเสี่ยง เลี่ยงปัญหาค่าแรง-ราคาข้าวผันผวน

"นาโยน"ปลูกข้าวแบบใหม่ ลดต้นทุน-ความเสี่ยง เลี่ยงปัญหาค่าแรง-ราคาข้าวผันผวน

รูปข่าว : "นาโยน"ปลูกข้าวแบบใหม่ ลดต้นทุน-ความเสี่ยง เลี่ยงปัญหาค่าแรง-ราคาข้าวผันผวน

ปัญหาค่าแรงที่สูงขึ้นและราคาข้าวที่ผันผวน หลังรัฐบาลประกาศลดราคารับจำนำจากตันละ15,000 บาท เหลือเพียง 12,000 บาท ทำให้ชาวนาในต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย หันมาทำนาโยนกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นการทำนาที่ต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลผลิตมากและลดต้นทุนได้ถึงร้อยละ 30

ครอบครัวเครือกิจ ชาวนาต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เร่งถอนกล้าที่ว่าจ้างให้เกษตรกรนอกหมู่บ้านเพาะพันธุ์สำหรับใช้ทำนาโยนที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน เพื่อนำไปปลูกโดยวิธีการโยนหรือที่เรียกว่าการทำนาโยน หลังเรียนรู้จากเพื่อนบ้านว่า การทำนาโยน จะช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าวได้มาก จึงตัดสินใจทดลองปลูกเป็นปีแรก

 
หลังทดลองทำนาโยนมาหลายปี ชาวนาในต.เวียงเหนือ ระบุว่า เป็นการทำนารูปแบบใหม่ที่สามารถประหยัดต้นทุนในเรื่องของค่าแรงงานที่มีราคาแพง อีกทั้งยังเป็นการเพาะปลูกที่สะดวก ใช้คนไม่กี่คนก็สามารถทำนาเสร็จภายในวันเดียว นอกจากนั้น ยังไม่เสี่ยงต่อการระบาดของหอยเซอรี่หรือปูซึ่งมักกัดกินต้นอ่อนด้วย

    

 
การทำนาโยนสามารถช่วยลดต้นทุนได้กว่าร้อยละ 30 โดยเฉพาะค่าแรงจากเดินต้องเสียไร่ละ 1,300 บาท จะเหลือประมาณไร่ละ 800-900 บาทเท่านั้น หากรวมต้นทุนด้านอื่นๆทั้งค่าปุ๋ย ค่าพันธุ์ข้าวและรถเกี่ยว ซึ่งปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 9,000-11,000 บาท ก็จะเหลือไร่ละไม่เกิน 8,000 บาท จึงทำให้ปัจจุบันชาวนาในตำบลเวียงเหนือกว่าร้อยละ 50 หันมาทำนาโยนแทนการปักดังเหมือนในอดีต
 
ปัญหาค่าแรงงานที่สูงประกอบกับราคาข้าวที่ผันผวน รวมทั้งรัฐบาลประกาศปรับลดราคารับจำนำจากตันละ 15,000 บาทเหลือเพียง 12,000 บาทต่อตัน มีผลในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ การทำนาโยนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ชาวนาลดต้นทุนและสามารถประคับประคองครอบครัวให้อยู่รอดในภาวะที่ผลผลิตข้าวไม่แน่นอนได้


กลับขึ้นด้านบน