ส่งออกเดือนพฤษภาคมหดตัว 5.3% จากเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

ส่งออกเดือนพฤษภาคมหดตัว 5.3% จากเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

ส่งออกเดือนพฤษภาคมหดตัว 5.3% จากเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

รูปข่าว : ส่งออกเดือนพฤษภาคมหดตัว 5.3% จากเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

ส่งออกเดือนพฤษภาคมหดตัว 5.3% จากเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว โดย ดร. ชินวุฒิ์ เตชานุวัตร์ และ โสภณ วิจิตรเมธาวณิชย์

 กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกของไทยเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 19.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว 5.3% (เทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้า) ขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 22.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว 2.1%  ดุลการค้าขาดดุล 2,304 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 
การส่งออกไทยหดตัวค่อนข้างมากจากเศรษฐกิจจีนที่เริ่มชะลอตัว และผลของฐานที่สูงในปีที่แล้ว การส่งออกในเดือนพฤษภาคมไปยังตลาดหลักอันได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป ล้วนหดตัวทั้งหมดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า

แต่หากเทียบกับมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยในไตรมาส 1 ปี 2013 พบว่าการส่งออกไปยังตลาดหลักเหล่านี้รวมถึงการส่งออกโดยรวมปรับตัวดีขึ้น ถึงแม้จะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ยกเว้นการส่งออกไปจีนที่มูลค่าการส่งออกในเดือนพฤษภาคมหดตัวลงถึง 5.3% เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยในไตรมาส 1 และคิดเป็นการหดตัวลงถึง 16.3%  ซึ่งการส่งออกไปจีนที่ลดลงสอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ การส่งออกที่หดตัวในระดับที่ค่อนข้างสูงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานที่สูง เนื่องจากการส่งออกในเดือนพฤษภาคมปี 2012 มีการเร่งตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีค่อนข้างมากหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วม

 
สินค้าส่งออกหลักที่หดตัวค่อนข้างมาก ได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ยางพารา และน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งการหดตัวของมูลค่าการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และยางพารา น่าจะมีสาเหตุหลักจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวเนื่องจากจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของทั้งสองหมวดสินค้า (ตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วน 23.6% และ 41.3% ของการส่งออกทั้งหมด ตามลำดับ) โดยการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบไปจีนหดตัวสูงถึง 48.7%
 
สำหรับยางพารานั้น นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจจีนแล้วยังได้รับผลกระทบจากราคายางพาราโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ในส่วนของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปที่หดตัวถึง 31.6%น่าจะมีสาเหตุจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นอันเนื่องมาจากมาตรการรถคันแรก รวมถึงโครงสร้างของธุรกิจที่ผู้ประกอบการจะผลิตเพื่อตลาดภายในประเทศก่อน
 
การนำเข้าของไทยหดตัวเล็กน้อย แต่ยังมีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง มูลค่าการนำเข้าของไทยในเดือนพฤษภาคมที่ระดับ 22.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงแม้จะหดตัว 2.1% อย่างไรก็ดีมูลค่าการนำเข้าส่วนประกอบรถยนต์ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการบริโภครถยนต์ที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวหลังจากหมดมาตรการรถคันแรก
 
ขาดดุลการค้า 2,304 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากไม่รวมทองคำจะขาดดุลราว 1,341 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
จับตาดูการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลงในไตรมาส 2 ทั้งด้านการลงทุน การบริโภค และการส่งออก ซึ่งจีนเป็นตลาดอันดับ 1 ของการส่งออกไทยโดยมีสัดส่วนต่อการส่งออกทั้งหมดสูงถึง 12% ดังนั้น หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจะทำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้าที่มีการส่งออกไปจีนค่อนข้างมากอันได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ยางพารา เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ยาง
 
 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน