เกษตรฯ เล็งตั้งทีมเฉพาะกิจ ร่วมแก้ปัญหาประเมินราคาผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีน

เกษตรฯ เล็งตั้งทีมเฉพาะกิจ ร่วมแก้ปัญหาประเมินราคาผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีน

เกษตรฯ เล็งตั้งทีมเฉพาะกิจ ร่วมแก้ปัญหาประเมินราคาผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีน

รูปข่าว : เกษตรฯ เล็งตั้งทีมเฉพาะกิจ ร่วมแก้ปัญหาประเมินราคาผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีน

เกษตรฯ เล็งตั้งทีมเฉพาะกิจ ร่วมแก้ปัญหาประเมินราคาผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีน เกษตรฯ เตรียมดึงผู้แทนกรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทยเข้าร่วมในชุดคณะทำงานเฉพาะกิจ เล็งหารือแนวทางประเมินราคาผลไม้ไทยไปจีน หวังแก้ปัญหาการประเมินราคาผลไม้ที่สูงของศุลกากรจีนเป็นรูปธรรม

 นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ส่งผลให้สินค้าส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 90 ลดภาษีเป็น 0% ไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 และก่อให้เกิดมูลค่าการค้าเพิ่มมากขึ้น โดยผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคชาวจีน อย่างไรก็ตาม การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนยังคงติดปัญหาในเรื่องการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่มีราคาสูง เป็นผลต่อเนื่องมาจากการประเมินราคาผลไม้ที่สูงของศุลกากรจีน ซึ่งการแก้ไขปัญหาผู้ส่งออกผลไม้ไทยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากราคาประเมินของศุลกากรจีนนั้น

ที่ผ่านมาทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการลงนามความร่วมมือด้านการค้าผลไม้ไทยในจีนแล้ว และได้มีความพยายามเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ยังคงไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม เนื่องจากแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่การเจรจาให้จีนยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จีนไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยอ้างว่าการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นมาตรการภายในของจีนที่ใช้ทั่วไปไม่เลือกปฏิบัติ 

 
เลขาธิการกล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง และผู้แทนสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง ได้เข้าพบหารือกับผู้แทนกระทรวงศุลกากรจีนถึงการปรับแนวทางการเจรจาใหม่ โดยขอให้จีนตั้งราคาประเมินที่สะท้อนถึงราคาที่แท้จริง และให้ใช้ราคาที่ซื้อขายในไทย พร้อมขอให้ใช้ราคาที่สอดคล้องกับฤดูกาลของผลไม้

ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดทำข้อมูลด้านราคาผลไม้ไทยที่จะส่งให้ศุลกากรจีน สามารถนำไปใช้ในการกำหนดราคาประเมินสำหรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีแนวทางเพื่อจัดตั้งองค์ประกอบคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยอาจมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทยเข้าร่วมในคณะทำงานดังกล่าวด้วยในอนาคต 

 
สำหรับมูลค่าการค้าสินค้าทั้งหมดระหว่างไทยกับจีน (รวมทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม) ใน 4 เดือนแรกของปี 2556 มีมูลค่าการค้ารวม 627,556 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 263,080 ล้านบาท และมูลค่านำเข้า 364,476 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะสินค้าเกษตร (ไม่รวมยางพารา) จะพบว่าไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับจีน 15,707 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร 29,232 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญคือผัก (มันสำปะหลัง) ผลไม้ และมีมูลค่านำเข้าสินค้าเกษตร 13,525 บาท เลขาธิการ สศก. กล่าว
 


กลับขึ้นด้านบน