กรมประมง ชวนคนฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้

กรมประมง ชวนคนฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้

กรมประมง ชวนคนฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้

รูปข่าว : กรมประมง ชวนคนฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้

กรมประมง ชวนคนฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ กรมประมงขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ หนุนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเสริม 12 ล้านตัว สร้างแหล่งปะการัง พร้อมมอบเครื่องมือประมงพื้นบ้านถูกกฎหมาย หวังเพิ่มปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่กว่า 200 ตัน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ช่วยเพิ่มรายได้ชาวประมงพื้นบ้าน

 นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงค่อนข้างมาก  เนื่องจากมีเรืออวนรุนและอวนลาก เข้าทำการประมงในเขตอนุรักษ์ 5,400 เมตร ส่งผลให้ทรัพยากรประมงในบางพื้นที่มีสภาพเสื่อมโทรม ขณะที่ชาวประมงส่วนหนึ่งไม่มีเครื่องมือทำการประมงเป็นของตนเอง ทำให้ต้นทุนในการหาปลาและสัตว์น้ำเพิ่มสูงขึ้น และนอกฤดูทำการประมงยังไม่มีรายได้ ทั้งยังมีปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับความไม่มั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัย ส่งผลให้การประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้านมีความยากลำบากมากขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะการการลดลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่

 
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมประมงดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี สงขลา และนราธิวาส โดยเบื้องต้นมีแผนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำชายฝั่งรวม 12 ล้านตัว แยกเป็น กุ้งกุลาดำ ความยาวไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว จำนวน 6 ล้านตัว กุ้งแชบ๊วย ความยาวไม่ต่ำกว่า 1 เซนติเมตร จำนวน 5 ล้านตัว และปลากะพงขาว ขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร จำนวน 1 ล้านตัว เพื่อให้แพร่ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติและช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำชายฝั่ง ซึ่งเป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงชายฝั่งทะเล  
 
นายศิริวัฒน์กล่าวว่า กรมประมงยังจะมอบวัสดุเพื่อจัดทำปะการังพื้นบ้านหรือซั้ง จำนวน 5,000 ชุด ให้แก่ชุมชนประมงพื้นบ้านนำไปวางในพื้นที่ทำการประมง เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน และเป็นแหล่งทำการประมงพื้นบ้านในระยะยาว พร้อมมอบเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ถูกกฎหมายให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านด้วย อาทิ อวนลอยกุ้ง อวนลอยปลา และอวนลอยปู จำนวน 500 ชุด เพื่อลดปัญหาการใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย  ทั้งยังสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปสัตว์น้ำให้กับกลุ่มแม่บ้านแปรรูปสัตว์น้ำ จำนวน 15 ชุด เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างอาชีพและมีรายได้เดือนละกว่า 15,000 บาท  ซึ่งจะช่วยให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพอีกทางหนึ่ง” 
 
นายเชิดศักดิ์ วงษ์กมลชุณห์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่ชาวประมง รวมถึงผู้สนใจในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าว เช่น การจับสัตว์น้ำที่เหมาะสม การฟื้นฟูทรัพยากรตามแนวพระราชดำริ วิถีประมงพื้นบ้าน การใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณปะการังเทียม การใช้ประโยชน์จากซั้งกอ โครงการเสริมสร้างการจัดการชุมชนประมงต้นแบบ เครื่องมือทำการประมงและมาตรการทางกฎหมาย และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติธรรมชาติเพื่อลดความเสียหายต่อชาวประมงเมื่อเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น 
 
รองอธิบดีกรมประมงกล่าวว่า การดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ คาดว่า ชาวประมงพื้นบ้านจะมีส่วนร่วมในการจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรประมง โดยการใช้เครื่องมือทำการประมงที่ถูกกฎหมาย และยังคาดว่าจะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในจังหวัดสงขลา ปัตตานี และนราธิวาส เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 200 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท นอกจากจะช่วยยกระดับรายได้และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับของชาวประมงพื้นบ้านแล้ว ยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับชาวประมงพาณิชย์ได้ และช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารทางประมงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย 
 
กรมประมง เชิญชวนชาวประมงและประชาชน  ทั้งในเขตจังหวัดปัตตานี สงขลา นราธิวาส  และจังหวัดใกล้เคียง เข้าร่วมพิธีเปิดงานโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณลานศิลปวัฒนธรรม หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี และร่วมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำที่หมู่ 2 ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ส่วนจังหวัดสงขลามีการจัดงานที่บ้านปากน้ำเทพา หมู่ 7 ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และจังหวัดนราธิวาสจัดงานที่บ้านเขาตันหยง หมู่ที่ 4 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส 
 


กลับขึ้นด้านบน