ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 กับบทบาทพลเรือนหญิงคนแรกที่รับหน้าที่ผู้นำเหล่าทัพ

ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 กับบทบาทพลเรือนหญิงคนแรกที่รับหน้าที่ผู้นำเหล่าทัพ

ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 กับบทบาทพลเรือนหญิงคนแรกที่รับหน้าที่ผู้นำเหล่าทัพ

รูปข่าว : ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 กับบทบาทพลเรือนหญิงคนแรกที่รับหน้าที่ผู้นำเหล่าทัพ

ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 กับบทบาทพลเรือนหญิงคนแรกที่รับหน้าที่ผู้นำเหล่าทัพ การปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 ที่มาพร้อมกับกระแสข่าวว่า นายกรัฐมนตรีอาจนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ระบุว่า เงื่อนไขของความเหมาะสมไม่ได้อยู่ที่การเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จึงกลายเป็นข้อสังเกตว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย อาจสร้างประวัติศาสตร์การเป็นพลเรือนหญิงคนแรกที่รับหน้าที่ผู้นำเหล่าทัพ

ภาพในอดีตที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี อาจหวนคืนกลับมาอีกครั้ง หาก ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 ลงตัวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั่งควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม และให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็น รมช.กลาโหม ซึ่งนอกจากจะสะท้อนภาพความประณีประนอมระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ด้วยความเป็นพลเรือนหญิงแล้ว ยังบ่งบอกได้ว่าพรรคเพื่อไทย เลือกให้ นายผู้ใจดี อย่าง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กลับมาอีกครั้ง

ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ท่าทีของกองทัพ นับว่าสนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ การแก้ปัญหาภาคใต้ และการปฏิเสธที่จะก้าวก่ายงานการเมือง นี่อาจเป็นสัญญาณได้ว่า การนั่งควบรัฐมนตรีกลาโหม เป็นช่วงจังหวะที่เหมาะสมที่สุด เพื่อขจัดแรงต้านจากกองทัพ หลังรัฐบาลต้องเผชิญกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งที่เกิดจากผลการบริหาร และการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ทั้งนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะผลตีกลับจากการพูดคุยเพื่อสันติภาพในภาคใต้ เพราะหลายครั้ง นายกรัฐมนตรี ก็ต้องรับบทที่จะทำหน้าที่แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทั้งเป็น ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน, เป็นประธานศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ หรือโทรสายตรงถึง ผู้บัญชาการกองทัพบก ที่จะติดตามสถานการณ์ แม้จะมอบหมายให้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงไว้แล้วก็ตาม

แม้วันนี้ นายกรัฐมนตรี จะยังปฏิเสธชี้แจงข้อเท็จจริงในการ ปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 แต่ พล.อ.อ.สุกำพล กลับกล่าวแสดงความพร้อม ที่จะปรับเปลี่ยน และแสดงท่าทีสนับสนุน โดยระบุว่า การเป็น รมว.กลาโหม ไม่ได้จำกัดไว้ที่ความเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งมีรายงานว่า การประชุมสภากลาโหมในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ พล.อ.อ.สุกำพล ใช้พูดคุยหารือเรื่องต่างๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ติดราชการต่างประเทศ และผู้บัญชาการทหารบก ก็เพียงแต่ชี้แจงถึงการรักษาความปลอดภัย และดูแลปัญหาภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น

การปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้ว 2 คน จาก พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา มาถึง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต และแม้จะมีชื่อ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ และพล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต แต่ล่าสุดกลับเป็นชื่อของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ซึ่งแม้จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีช่วย แต่คาดการณ์กันว่า จะได้รับมอบหมายภารกิจตรง จากนายกรัฐมนตรี ที่นั่งควบแทบทุกบทบาท เพราะไม่เพียงความไว้วางใจ แต่ยังเป็นที่ยอมรับของกองทัพอีกด้วย

ตามประวัติศาสตร์ ครั้งแรกที่พลเรือนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม คือยุคของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ หลังจากนั้นก็เป็นพลเรือนคนที่ 2 คือนายชวน หลีกภัย ตามด้วยนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งหากครั้งนี้ เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ที่เป็นพลเรือนหญิงคนแรกจะนั่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม


กลับขึ้นด้านบน