จับตาฆาตกรต่อเนื่องบนจอโทรทัศน์สหรัฐฯ

จับตาฆาตกรต่อเนื่องบนจอโทรทัศน์สหรัฐฯ

จับตาฆาตกรต่อเนื่องบนจอโทรทัศน์สหรัฐฯ

รูปข่าว : จับตาฆาตกรต่อเนื่องบนจอโทรทัศน์สหรัฐฯ

จับตาฆาตกรต่อเนื่องบนจอโทรทัศน์สหรัฐฯ การเติบโตของละครโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ทำให้มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น และพบว่ามีภาพความรุนแรงบนหน้าจอเพิ่มขึ้น จนกังวลกันว่าอาจเป็นแรงจูงใจให้บางคนก่อคดีอาชญากรรม

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ 2 แม่ลูกตระกูลเบตส์กับธุรกิจห้องพักริมทาง ที่ต่อมาได้กลายเป็นสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรมสยองใน Bates Motel ละครที่พัฒนาเนื้อหาจาก Psycho หนังสยองขวัญคลาสสิกยุค 60 ซึ่งเปิดตัวด้วยจำนวนผู้ชม 3 ล้านคน หรือเรื่องราวตื่นเต้นของนักสืบประวัติอาชญากร ผู้ตามล่าฆาตกรต่อเนื่องโดยได้รับความช่วยเหลือจาก ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตเวช ที่ต่อมากลายเป็นฆาตกรที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด ในเรื่อง Hannibal ละครใหม่อีกเรื่องซึ่งทำเรตติ้งผู้ชมตอนเปิดตัวกว่า 4.3 ล้านคน

เนื่องจากที่ผ่านมาผู้สร้างละครโทรทัศน์ในสหรัฐฯเห็นว่าเละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากรรมไม่เหมาะสมกับผู้ชมทางโทรทัศน์  จึงไม่สนใจสร้างละครแนวนี้เท่าไรนัก เมื่อมีการสร้างละครแนวนี้จึงได้รับความสนใจและได้รับการตอบรับอย่างสูง จนปีนี้มีละครเนื้อหาเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องออกอากาศในสหรัฐฯ ถึง 20 เรื่อง

หากแต่เนื้อหารุนแรงในละครที่เพิ่มขึ้น สร้างความกังวลกับหน่วยงานที่ตรวจสอบเนื้อหาบนสื่อ แม้ผู้สร้างจะอ้างว่าละครคือภาพสะท้อนความรุนแรงในสังคม แต่ Culture and Media Institute เผยว่าเนื้อหาของละครสร้างแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรม เช่นที่เกิดกับกรณีของ Dexter ละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่องโดยฝีมือฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนการสังหารถึง 125 ครั้งในเรื่อง เป็นแรงจูงใจให้กับอาชญากรถึง 4 ราย โดยผู้ต้องหารายหนึ่งเผยว่าจำวิธีหั่นศพมาจาก Dexter 

Dexter เตรียมลาจอหลังจบฤดูกาลที่ 8 ในปีนี้ ทำให้ผู้สร้างไม่น้อยผลิตละครเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องออกมาเพื่อดึงดูดฐานแฟนละครที่ Dexter สร้างไว้ จนปีนี้มีละครฆาตกรต่อเนื่องเรื่องใหม่เปิดตัวพร้อมกันถึง 7 เรื่อง ซึ่งเป็นกระแสที่แม้แต่นักแสดงในวงการรับไม่ได้ โดย แมนดี้ พาทินกิ้น ที่เคยร่วมแสดงใน Criminal Minds ละครที่เจาะลึกคดีฆาตกรรม ยอมรับว่าการเล่นละครเรื่องนั้นเป็นสิ่งผิดพลาดที่สุดในชีวิตการแสดง เพราะเขามีส่วนร่วมในการฉายละครเนื้อหารุนแรงให้ผู้ชมดูก่อนนอนทุกคืน ซึ่งเป็นสิ่งหลอกหลอนเขาจนทุกวันนี้

Culture and Media Institute ย้ำว่าที่ผ่านมาสื่อโทรทัศน์พิสูจน์ตนเองว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะการเปิดรับคนเพศที่ 3 เมื่อผู้ชมถึงร้อยละ 27 ยอมรับว่าหันมาสนับสนุนการแต่งงานของเพศเดียวกัน หลังได้ชมละครดังที่มีตัวละครเป็นเพศที่ 3 ทั้งใน Modern Family และ Glee จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าการมีละครที่นำเสนอเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องออกอากาศถึง 20 เรื่องต่อปี เป็นการเพิ่มความรุนแรงทางอ้อมให้กับสังคม และอาจเป็นสาเหตุของคดีอาญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต


กลับขึ้นด้านบน