ชาวบ้านใน จ.นครปฐม คัดค้านโครงการจัดการน้ำ

ชาวบ้านใน จ.นครปฐม คัดค้านโครงการจัดการน้ำ

ชาวบ้านใน จ.นครปฐม คัดค้านโครงการจัดการน้ำ

รูปข่าว : ชาวบ้านใน จ.นครปฐม คัดค้านโครงการจัดการน้ำ

ชาวบ้านใน จ.นครปฐม คัดค้านโครงการจัดการน้ำ ผลกระทบจากโครงการบริหารจัดการน้ำเร่งด่วน 120,000 ล้านบาท ที่การก่อสร้างถนนสูงกว่า 50 เซนติเมตร ปิดทางเข้า - ออกบ้านเรือนของชาวบ้าน สร้างผลกระทบให้ชาวบ้านใน จ.นครปฐม เป็นเพียงหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ภาคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวให้รัฐบาลชะลอโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ แม้ศาลจะยกคำร้องให้เพิกถอนแผนแม่บท แต่คำพิพากษาให้รัฐบาลกลับไปทำกระบวนการมีส่วนร่วมทั้ง 9 สัญญา ก็สร้างความพอใจให้กับภาคประชาชนอย่างมาก

ผลกระทบที่เกิดจากงบประมาณแก้ไขปัญหาอุทกภัยเร่งด่วน 120,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการก่อสร้าง ถนนศาลายา นครชัยศรี จ.นครปฐม สูงขึ้นกว่า 50 เซนติเมตร ได้ปิดทางเข้า - ออก บ้านเรือนของชาวบ้าน นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการจัดการน้ำ ที่สร้างผลกระทบให้กับประชาชน ซึ่งทำให้ภาคประชาชนกังวลใจว่าถ้ารัฐบาลยังคงเปิดประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำต่อไป อาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงให้กับชาวบ้าน ส่งผลให้วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และภาคประชาชน 45 คน ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท

คำพิพากษาของศาลปกครองในวันที่ 27 มิถุนายน สร้างความพอใจให้กับสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และภาคประชาชนที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษา แม้ศาลปกครองจะยกคำร้องให้เพิกถอนแผนแม่บท แต่คำพิพากษาให้รัฐนำแผนแม่บท กลับไปทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทำให้โครงการนี้ต้องชะลอการเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชน

หลังจากที่ศาลปกครองพิพากษา นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เดินทางเข้ายื่นหนังสือ เลขาธิการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย และประธานกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาทว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ขณะที่ กบอ.ได้เตรียมการดำเนินการ ตามมาตรา 52 วรรค 2 รับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยจะให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ไปทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ตามมาตรา 67 วรรค 2 ส่วนจะมีการอุทธรณ์คำสั่งศาลหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาอีกครั้ง


กลับขึ้นด้านบน