นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ

นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ

นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ

รูปข่าว : นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ

นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเตรียม ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. สอบนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้องฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลปกครองสั่งชะลอโครงการน้ำ 350,000 ล้านบาท โดยในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) จะยื่นเรื่องให้สอบเพิ่ม รองนายกรัฐมนตรี และรองปลัดกระทรวงการคลัง ที่ลงนามอนุมัติเงินกู้โครงการดังกล่าว

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เตรียมยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ในวันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. เพื่อขอให้สอบสวน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่ลงนามในสัญญาเงินกู้กว่า 320,000 ล้านบาท กับธนาคาร 4 แห่ง ทั้งๆ ที่มีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ว่าโครงการบริหารจัดการน้ำไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการลงนามกู้เงินหลังมีคำพิพากษา จึงเข้าข่าย ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ซึ่งยื่นเรื่องในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นการยื่นเพิ่มเติม หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว นายศรีสุวรรณ ยื่นให้สอบสวน นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และนายธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการบริหารจัดการน้ำ ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กรณีศาลสั่งให้รัฐต้องเป็นฝ่ายทำประชาพิจารณ์ โดยที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาเรื่องนี้ ในวันที่ 2 กรกฏาคม

ก่อนหน้านี้ รองปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า การลงนามในสัญญาเงินกู้ ทำถูกต้องตามกฎหมาย เพราะคำพิพากษาของศาล ไม่ได้สั่งระงับโครงการ แต่ให้ทำประชาพิจารณ์เพิ่ม กระทรวงการคลังจึงต้องเดินหน้าผูกพันเงินกู้ก่อน อำนาจการกู้เงินจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายน

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นถอดถอน คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ต่อประธานวุฒิสภา ด้วยการอ้างอิงคำสั่งศาลปกครอง ที่การทำโครงการบริหารจัดการน้ำไม่ปฏฺิบัติตามรัฐธรรมนูญ และคำแนะนำของ ป.ป.ช.

นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ สบอช. เปิดเผยว่า คำสั่งของศาลปกครอง มีผลให้รัฐบาลต้องชะลอการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งบริษัทที่ปรึกษาซึ่งทำหน้าที่ช่วยบริหาร และตรวจกำกับแบบก่อนการก่อสร้าง และบริษัทที่ปรึกษาทำหน้าที่คุมการก่อสร้าง


กลับขึ้นด้านบน