ชาวบ้าน อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ ค้านสร้างศูนย์พักพิงโรฮิงญา ใกล้แหล่งชุมชน

ชาวบ้าน อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ ค้านสร้างศูนย์พักพิงโรฮิงญา ใกล้แหล่งชุมชน

ชาวบ้าน อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ ค้านสร้างศูนย์พักพิงโรฮิงญา ใกล้แหล่งชุมชน

รูปข่าว : ชาวบ้าน อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ ค้านสร้างศูนย์พักพิงโรฮิงญา ใกล้แหล่งชุมชน

ชาวบ้าน อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ ค้านสร้างศูนย์พักพิงโรฮิงญา ใกล้แหล่งชุมชน นายกรัฐมนตรี ลงนามเห็นชอบพร้อมอนุมัติงบประมาณก่อสร้างศูนย์พักพิงรองรับโรฮิงญา กว่า 2,000 คน ที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีรรมราช ตามคำร้องขอสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านทราบล่วงหน้า จนเกิดกระแสคัดค้านจากชาวบ้าน เพราะอยู่ใกล้กับชุมชน

ชาวอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมตัวกันมากถึง 5,000 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงพลังให้นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย ในฐานะตัวแทนรัฐบาล รับรู้ถึงเจตนารมณ์ในการคัดค้านการก่อสร้างศูนย์พักพิง รองรับชาวโรฮิงญา กว่า 2,000 คน เพราะเกรงว่า จะเป็นการสร้างปัญหาให้กับคนพื้นที่ในอนาคต

เอกสารลับ ที่ลงนามโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 ในการเห็นชอบตามคำร้องขอของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ใช้อาคารร้างของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 427 ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ในตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างเป็นศูนย์พักพิงให้กับชาวโรฮิงญา พร้อมอนุมัติงบประมาณเป็นเงิน 26 ล้านบาท ในการก่อสร้าง

หลังมีการประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตำรวจตระเวนชายแดนทุกจังหวัด เร่งตรวจสอบพื้นที่ว่าง อำเภอชะอวดได้กลายเป็นพื้นที่แห่งแรก ที่ถูกระบุความเหมาะสม โดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านทราบล่วงหน้า

ทั้งที่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร มีชุมชน วัด และโรงเรียนถึง 3 โรงตั้งอยู่ รวมถึงบริเวณดังกล่าว หน่วยงานท้องถิ่นเคยร้องขอ เป็นสถานที่ออกกำลังของผู้สูงอายุ และก่อสร้างวิทยาลัยสารพัดช่าง แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งการเดินทางลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับปากว่า จะนำเรื่องการอนุมัติกลับไปให้คณะรัฐมนตรี ทบทวนอีกครั้ง และคาดว่า จะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า

ก่อนหน้านี้ ชมรมโรงฮิงญาแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาลจำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วย, ห้ามผลักดันกลับประเทศพม่า, ให้จัดที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง พร้อมสถานที่ประกอบศาสนกิจ, ให้รัฐบาลไทยรับรองการอยู่ในประเทศถูกต้องตามกฏหมาย, ให้กลุ่มประเทศอาเซียนกดดันประเทศพม่า รับรองชาวโรฮิงญา เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และหากไม่ได้รับการตอบรับให้มีการส่งกองกำลังนานาชาติเข้าไปดูแลชาวโรฮิงญาในประเทศพม่า


กลับขึ้นด้านบน