ที่ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนมีท่าทีผ่อนคลายเนื่องจากจีนมีท่าทีที่ดีขึ้น

ที่ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนมีท่าทีผ่อนคลายเนื่องจากจีนมีท่าทีที่ดีขึ้น

ที่ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนมีท่าทีผ่อนคลายเนื่องจากจีนมีท่าทีที่ดีขึ้น

รูปข่าว : ที่ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนมีท่าทีผ่อนคลายเนื่องจากจีนมีท่าทีที่ดีขึ้น

ที่ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนมีท่าทีผ่อนคลายเนื่องจากจีนมีท่าทีที่ดีขึ้น การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการประชุมกับคู่เจรจาเริ่มในวันนี้ (1 ก.ค.) โดย บรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลายกว่าเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากจีนมีท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้นในปัญหาทะเลจีนใต้ซึ่งสร้างบรรยากาศความตึงเครียดในช่วงผ่านมา

การประชุมในวันที่ 30 มิถุนายนเป็นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 10 ชาติก่อนที่จะเป็นการหารือกับประเทศคู่เจรจาบวกสาม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และการประชุมอาเซียนจีน

ก่อนการหารือจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้า นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยได้หารือแบบทวิภาคีกับนาย หวางยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของจีนโดยรัฐมนตรีต่างประเทศจีน แจ้งต่อรมต.ไทย ในฐานะผู้ประสานงานอาเซียน-จีน ว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุม เจ้าหน้าที่ระดับสูงว่าด้วยการดำเนินการตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (DOC) ในเดือนกันยายนนี้ และจะมีการหารืออย่างเป็นทางการในเรื่องแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ หรือ Code of Conduct หรือ COC ซึ่งก่อนหน้านี้จีนพยามยามบ่ายเบี่ยงที่จะเริ่มการพูดคุยเรื่อง COC เพราะเห็นว่ามีแค่ ปฏิญญาหรือ DOC ก็เพียงพอแล้ว แต่เนื่องจาก DOC ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายทำให้ชาติสมาชิกอาเซียนต้องการเห็น แนวปฏิบัติ หรือ COC ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อใช้ป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามในกรณีที่เกิดการกระทบกระทั่งกันในพื้นที่พิพาท

หลังจากการหารืออาเซียนจีน แล้วไทยในฐานะผู้ประสานงานได้แถลงข่าวร่วมกับจีน และออกเอกสารแถลงข่าวที่ได้ระบุเรื่องความสัมพันธ์ที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์มาครบ 10ปีระหว่างอาเซียนจีนโดยพูดถึงในมิติเศรษฐกิจ ปัญหาข้ามชาติ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และความมั่นคงในทะเลจีนใต้โดยการแถลงข่าวครั้งนี้เป็นข้อเสนอของฝ่ายจีน นอกจากนั้นยังมีการระบุถึงการจัดตั้งกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อสนับสนุนการพูดคุยในเรื่อง COC นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุลกล่าวในการแถลงข่าวว่าขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลา

ถึง แม้จะมีความคืบหน้าบ้างในการแก้ปัญหาทะเลจีนใต้แต่กระทรวงต่างประเทศ ฟิลิปปินส์ได้ออกแถลงการแสดงความกังวลต่อการที่จีนส่งกำลังทหารเข้าไปใน พื้นที่พิพาทมากขึ้นโดยระบุว่าเป็นการละเมิดปฏิญญาแนวปฏิบัติทะเลจีนใต้และ ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการเพื่อให้อนุญาโตตุลาการของสหประชาชาติเป็นผู้ ตัดสินในเรื่องเขตแดนพิพาททางทะเล

ส่วนปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเห็นพ้องที่จะส่งเจ้าหน้าที่อาวุโส เพื่อรวบรวมความคิดริเริมในการต่อสู้กับหมอกควันของอาเซียนที่มีอยู่ และเสริมมาตรการ และความร่วมมือใหม่ในการป้องกันและการดับไฟป่าที่เกิดขึ้น และนำมารายงานต่อ ผู้นำอาเซียนในการประชุมผู้นำในเดือนตุลาคม นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกที่ไม่ได้ให้สัตยาบันในข้อตกลงมลพิษหมอก ควันข้ามประเทศให้รีบให้สัตยาบันโดยเร็ว ซึ่งจนถึงขณะนี้อินโดนีเซียยังไม่ได้ให้สัตยาบันในข้อตกลงดังกล่าว

การที่จีนยอมที่จะเริ่มการพูดคุยในเรื่องแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ถือเป็นสัญญาณที่ดี และเป็นท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้น แต่มีนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตถึงข้อเสนอการจัดตั้งกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็น ข้อเสนอของฝ่ายจีนว่าอาจต้องการใช้ในการถ่วงเวลาเนื่องจากอาจมีการตั้งคำถาม ถึงที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ และสิ่งที่น่าจับตามองคือท่าทีของนาย จอห์น เคอรี่ รัฐมนตรี ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่มาร่วมประชุมอาเซียนเป็นครั้งแรกว่าจะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาท่าทีของสหรัฐสร้างความไม่พอใจให้กับจีนโดยการหารือระหว่างอาเซียน กับสหรัฐฯ จะมีขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้


กลับขึ้นด้านบน