นักวิชาการวิเคราะห์ปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์ 5"

นักวิชาการวิเคราะห์ปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์ 5"

นักวิชาการวิเคราะห์ปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์ 5"

รูปข่าว : นักวิชาการวิเคราะห์ปรับ "ครม.ยิ่งลักษณ์ 5"

นักวิชาการวิเคราะห์ปรับ นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ, ประธานสภาพัฒนาการเมือง และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมวิเคราะห์และประเมินผลงานรัฐบาลช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเห็นตรงกันว่า การดำเนินนโยบายประชานิยมกำลังสร้างปัญหาระยะยาวให้ประเทศ พร้อมแนะให้รัฐบาลใช้เวลานี้ทบทวนเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่เพียงทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงเท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหาการต่อต้านรัฐบาลด้วย

การพิจารณาปรับครม.ยิ่งลักษณ์ 5 ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามาจากเจตนาที่จะคลี่คลายปัญหาที่รุ้มเร้า จึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นและสร้างเอกภาพเพื่อประคับประคองเสถียรภาพให้มั่นคง ด้วยเป้าหมายว่าจะบริหารราชการแผ่นดินให้ครบเทอม หรือ 4 ปี เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา การบริหารเกิดข้อผิดพลาดและบกพร่อง

รองศาสตราจารย์นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า นโยบายประชานิยม ที่รัฐบาลขับเคลื่อนในหลายโครงการนั้น ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในผลระยะยาวกำลังประสบปัญหา ทั้งในด้านความเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย และภาวะการขาดเม็ดเงินงบประมาณ จนกลายเป็นสถานการณ์ชะงักงันและถูกทวงถามถึงประโยชน์ในการผลักดันนโยบายอย่างแท้จริง

ขณะที่ศาสตราจารย์ธีระภัทร เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง แม้จะสนับสนุนรัฐบาลที่เลือกการแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ด้วยการเปิดพื้นที่พูดคุยเพื่อสันติภาพ แต่ในมุมของการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชนนั้น รัฐบาลยังขาดความจริงใจและจริงจัง เพราะสภาพการบริหารยังเน้นที่จะแสวงหาประโยชน์และสร้างอำนาจทางการเมือง รวมถึงไม่ให้ความสำคัญ ที่จะสร้างประชาธิปไตยและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองแต่อย่างใด

ส่วนตัวแทนภาคประชาชน นายปรเมศ มินศิริ ชี้ว่าแนวนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการมานั้น แม้จะครบทุกประการตามที่เคยประกาศไว้ แต่ผลในทางปฏิบัติ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยเห็นได้ประชาชนกลุ่มต่างๆ ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเรียกร้องและทวงถามรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง ซึ่งไม่ได้อยู่ในนโยบายที่รัฐบาลกำหนดไว้ นั่นเพราะว่ารัฐบาลกำหนดนโยบาย โดยไม่ฟังเสียงความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ,ประธานสภาพัฒนาการเมืองและเครือข่ายภาคประชาชน เห็นตรงกันว่า 2 ปีที่ผ่านมา คือบทเรียนสำคัญของรัฐบาล และอีก 2 ปีข้างหน้า คือห้วงเวลาของการทบทวนและเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการรับฟังความต้องการของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ประชาชนต้องการ ใช่เพียง"นโยบายประชานิยม" ที่หวังผลทางการเมือง หรือหวังผลให้ประชาชนนิยมรัฐบาลเท่านั้น

***ติดตามบทสัมภาษณ์และความเห็นทั้งหมดได้อีกครั้ง ในรายการ หน้าที่พลเมือง ประเด็น "ติเพื่อก่อ" ครม.ยิ่งลักษณ์ 4 สู่ ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเสถียรภาพของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) เวลา 11.00 น.


กลับขึ้นด้านบน