"นิวัฒน์ธำรง" เตรียมประชุมร่วมกขช. หารือปัญหา "ราคาจำนำข้าว" วันนี้

"นิวัฒน์ธำรง" เตรียมประชุมร่วมกขช. หารือปัญหา "ราคาจำนำข้าว" วันนี้

"นิวัฒน์ธำรง" เตรียมประชุมร่วมกขช. หารือปัญหา "ราคาจำนำข้าว" วันนี้

รูปข่าว : "นิวัฒน์ธำรง" เตรียมประชุมร่วมกขช. หารือปัญหา "ราคาจำนำข้าว" วันนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ เตรียมประชุมร่วมกับคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เพื่อหาทางออกปัญหาราคารับจำนำข้าววันนี้ (1ก.ค.56) ขณะที่ชาวนาภาคเหนือ หวังว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ จะมีมติคงรับจำนำราคาข้าวเดิมที่ 15,000 บาท

จุดรับจำนำตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ในจ.ลำพูนทั้ง 3 แห่ง คือ อ.แม่ทา อ.ป่าซาง และอ.บ้านโฮ่ง เป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากเป็นวันแรกของราคารับจำนำข้าวอัตราใหม่ 12,000 บาท จากเดิมตันละ 15,000 บาท ทำให้ชาวนาต่างชะลอการนำข้าวไปจำนำ เนื่องจากเห็นว่า เป็นราคารับจำนำที่ไม่คุ้มทุน เช่นเดียวกับบรรยากาศในโรงสีข้าวหลายแห่งในจ.พิษณุโลก ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับเอกสารตารางเทียบราคารับจำนำกับค่าความชื้น

 
ขณะที่ชาวนาต่างชะลอการเก็บเกี่ยวข้าวออกไป เพื่อรอความชัดเจนจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาข้อเสนอของกลุ่มชาวนา ที่ต้องการให้คงราคารับจำนำข้าวในอัตราเดิมที่ 15,000 บาท ต่อไป
 
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า การปรับลดราคารับจำนำข้าวของไทย ทำให้ประเทศผู้ส่งออกข้าวบางประเทศ เริ่มปรับลดราคาส่งออกข้าวตามด้วย เนื่องจากกังวลว่า หากไทยประกาศระบายข้าวล็อตใหญ่จะส่งผลทำให้ราคาข้าวปรับลดอย่างรวดเร็ว โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการขณะนี้ คือทยอยระบายข้าวออกจากสต็อก เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาข้าวทั้งตลาดภายในและนอกประเทศ
 
ด้านสมาคมโรงสีข้าวไทย ออกแถลงการณ์ กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้าวในโรงสี และโกดังกลาง ทั่วประเทศ กว่า 2,100 แห่ง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ว่า การตรวจสอบสต็อกข้าว ไม่มีการชี้แจงเกี่ยวกับหลักการ วิธีการ และขั้นตอน ในการตรวจสอบ ทั้งๆที่เป็นคู่สัญญา
 
ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของตัวแทนกลุ่มชาวนาที่ขอให้ปรับราคาข้าวเป็นราคาเดิมที่ตันละ 15,000 บาท โดยเชื่อว่า จะได้ข้อยุติของปัญหาที่จะรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และรักษาสมดุลด้านการเงินการคลัง 


กลับขึ้นด้านบน