องค์การเภสัชฯ โวย "หมอประดิษฐ" เบี้ยวตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง หนุน"นพ.วิทิต ฟ้องเอาผิด

องค์การเภสัชฯ โวย "หมอประดิษฐ" เบี้ยวตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง หนุน"นพ.วิทิต ฟ้องเอาผิด

องค์การเภสัชฯ โวย "หมอประดิษฐ" เบี้ยวตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง หนุน"นพ.วิทิต ฟ้องเอาผิด

รูปข่าว : องค์การเภสัชฯ โวย "หมอประดิษฐ" เบี้ยวตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง หนุน"นพ.วิทิต ฟ้องเอาผิด

องค์การเภสัชฯ โวย สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม (สร.อภ.) โต้หมอประดิษฐ เบี้ยวไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทำลายชื่อเสียง อภ. และปลด ผอ.อภ. ไม่เป็นธรรม ปฏิเสธไม่ร่วมฟังคำชี้แจงในวันที่ 8 กค.นี้

 นายระวัย ภู่ผะกา ประธาน สร.อภ. เปิดเผยว่า การไปฟังคำชี้แจงตามที่ นพ.จรัญ ตฤณวุฒิพงษ์  ประธานคณะผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปลด ผู้อำนวยการ อภ.ในวันที่ 8 กค. ไม่เกิดประโยชน์ แค่เข้าไปฟังและดูข้อมูลแค่นั้นไม่สามารถตัดสินอะไรได้ ท้ายสุดก็จบที่ศาลอยู่ดี จึงไม่ขอเข้าร่วม  และการเจรจาในคืนวันที่ 4 มิย.ที่ผ่านมา นพ.ประดิษฐ เป็นผู้เสนอเองให้ตั้งคณะกรรมการจากคนภายนอกตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้สังคมหายสงสัยว่าไม่มีใบสั่งทางการเมือง เอื้อประโยชน์ธุรกิจเอกชนและบริษัทยาข้ามชาติ และไม่มีใครอยู่เบื้องหลังกรณีให้ข่าวทำลายชื่อเสียงองค์การเภสัชกรรม และปลดหมอวิทิต 

 
 “วันนั้น นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ ผู้แทนนายกรัฐมนตรี ยังพูดเลยว่า ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา ให้ไปพิสูจน์กัน หากผิดต้องว่าไปตามผิดนะ ทุกคนรับได้หรือไม่ ทุกฝ่ายในที่นั้นก็รับคำ และผลสรุปที่เสนอ ครม.ก็ชัดเจนให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงแค่อนุญาตให้ตั้งคณะบุคคลไปฟังคำชี้แจงตามที่ นพ.ประดิษฐ กำลังสั่งให้เล่นละครหลอกสังคมอยู่ในขณะนี้ ” ประธานสหภาพฯ กล่าวและยืนยันว่าพร้อมเป็นพยานหนุน นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ฟ้องเอาผิด รมว.สาธารณสุข คณะรัฐมนตรี และบอร์ดองค์การเภสัชกรรม ที่มี นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เป็นประธาน
               
ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) หนึ่งในผู้ที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข อนุญาตให้เข้าไปฟังข้อเท็จจริงในวันที่ 8 กค.นี้ กล่าวว่า  ไม่ยอมรับคำสั่งแบบนี้ สิ่งที่ควรจะเป็นคือ ต้องมีการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งกระบวนการว่าถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่ ไม่ใช่ไปฟังและดูแค่เอกสารผลการสอบเท่านั้น เพราะการทำลายองค์การเภสัชกรรม เท่ากับเป็นการทำลายระบบความมั่นคงด้านยาของประเทศ และทำให้บริษัทยาข้ามชาติได้ประโยชน์ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมสงสัยในบทบาทของผู้มีอำนาจทางการเมืองว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์ของใคร  
 
 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน