ทั่วโลกจับตา การเมืองอียิปต์หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

ทั่วโลกจับตา การเมืองอียิปต์หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

ทั่วโลกจับตา การเมืองอียิปต์หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

รูปข่าว : ทั่วโลกจับตา การเมืองอียิปต์หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

ทั่วโลกจับตา การเมืองอียิปต์หลังกองทัพก่อรัฐประหาร ทั่วโลกยังจับตาสถานการณ์ในอียิปต์ หลังกองทัพก่อรัฐประหารประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอียิปต์

โดยล่าสุดนายอั๊ดลี มันซู ประธานศาลรัฐธรรมนูญของอียิปต์ สาบานตนรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแล้ว ขณะที่อดีตประธานาธิบดีมูร์ซี ได้เรียกร้องผ่านเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ ให้กลุ่มที่สนับสนุนรวมตัวต่อต้าน การรัฐประหาร

นายอั๊ดลี มันซูร์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญอียิปต์ สาบานตนรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีอียิปต์แล้ว ในเช้าวันนี้ (4 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ก.ค.) ผู้บัญชาการกองทัพอียิปต์ ก่อการรัฐประหารนายโมฮัมเหม็ด มูร์ซี อดีตประธานาธิบดี ที่มาจากการเลือกตั้ง และควบคุมตัวในบ้านพัก เช่นเดียวกับแกนนำกลุ่มภราดรมุสลิมคนอื่นๆ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นการรัฐประหารที่มีการเตรียมการ และวางแผนอย่างรัดกุม

สำหรับนายอั๊ดลี มันซูร์ อายุ 68 ปี ทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษามาตั้งแต่ปี 2513 และเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายมูร์ซี ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในกรุงไคโร ยังมีการรวมตัวของประชาชน โดยมีรายงานว่ากลุ่มที่ต่อต้านนายมูร์ซี ได้ร่วมฉลองกันจนถึงเช้า เหตุรัฐประหารทำให้สถานการณ์ในอียิปต์ตึงเครียด ท่ามกลางการจับตาว่า อาจเกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศได้ หลังจากช่วงการประท้วงอย่างรุนแรง ของทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านนายมูร์ซี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 50 คน

ซึ่งก่อนหน้านี้นายมูร์ซี ได้เรียกร้องผ่านเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ให้กลุ่มที่สนับสนุนเขา รวมตัวต่อต้านรัฐประหาร นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ของนายมูร์ซี หลังจากที่ถูกยึดอำนาจ ซึ่งเขาประณามการกระทำของกองทัพ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงมหาดไทย ที่ยังคงสนับสนุนให้เขาเป็นผู้นำของประเทศที่ชอบด้วยกฎหมาย ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ของทำเนียบประธานาธิบดีอียิปต์ บนเว็ปไซต์ยูทูป แต่วีดีโอดังกล่าวถูกลบออกจากเว็ปไซต์ หลังจากที่ถูกโพสท์ได้เพียง 2 ชั่วโมง

ขณะที่นานาชาติต่างจับตาสถานการณ์ในอียิปต์อย่างใกล้ชิดและมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป เช่น ชาวปาเลสไตน์ในเขตฉนวนกาซ่า และเมืองรามัลเลาะห์ มีทั้งแสดงความกังวล โกรธเคือง และสงสัยเกี่ยวกับการยึดอำนาจ บ้างก็กังวลว่าสถานการณ์ในอียิปต์ อาจเลวร้ายเหมือนซีเรีย

ส่วนอิสราเอลที่เคยมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างฉับไว เกี่ยวกับพัฒนาการในอียิปต์ ครั้งนี้กลับยังนิ่งเฉย แต่มีรายงานว่ารัฐบาลเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เยอรมนีและตุรกีเห็นว่าการก่อรัฐประหาร เป็นการทำให้ประชาธิปไตยในอียิปต์ถอยหลัง ขณะที่จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงความรุนแรง

ส่วนชาติในยุโรปหลายประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ ต่างกำลังจับตาสถานการณ์ด้วยความห่วงกังวล ด้านผู้นำอังกฤษ เรียกร้องให้อียิปต์กลับคืนสู่แนวทางประชาธิปไตยโดยเร็ว แต่ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ รวมทั้งซีเรีย กลับแสดงความชื่นชม ที่กองทัพทำการรัฐประหารผู้นำอียิปต์


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน