ทบทวนข้อดีข้อเสียธรรมนูญฟีฟ่า-ข้อบังคับเก่า ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ

ทบทวนข้อดีข้อเสียธรรมนูญฟีฟ่า-ข้อบังคับเก่า ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ

ทบทวนข้อดีข้อเสียธรรมนูญฟีฟ่า-ข้อบังคับเก่า ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ

รูปข่าว : ทบทวนข้อดีข้อเสียธรรมนูญฟีฟ่า-ข้อบังคับเก่า ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ

ทบทวนข้อดีข้อเสียธรรมนูญฟีฟ่า-ข้อบังคับเก่า ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ สมาคมฟุตบอลยังยึดมั่นว่าจะใช้ธรรมนูญฟีฟ่าในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลซึ่งจะเหลือเพียง 72 เสียง ส่วนทาด้านของนายวิรัช ชาญพาณิชย์ กับกลุ่มชลบุรี และนายเนวิน ชิดชอบ ย้ำชัดว่า จะยึดตามข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่จะใช้ 184 เสียงของสโมสรสมาชิกในการเลือกตั้ง

หากทบทวนข้อดีของทั้งธรรมนูญฟีฟ่า กับข้อบังคับเก่าของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการเลือกตั้งหากใช้ธรรมนูญฟีฟ่าจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ขจัดปัญหาการเลือกตั้งที่สั่งสมในวงการฟุตบอลไทยมานานเพราะสโมสรสมาชิกที่มีส่วน ร่วมลงทุนกับการลงแข่งขันสามารถเลือกผู้นำในวงการฟุตบอลได้เอง ผู้บริหารสมาคมฟุตบอลทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้บริหารสมาคมฟุตบอลทั้ง 18 คน จะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

โดยธรรมนูญฟีฟ่าจะให้เลือกนายกสมาคมฟุตบอล 1 ตำแหน่ง เลือกอุปนายกอีก 5 ตำแหน่ง และสภากรรมการอีก 15 ตำแหน่ง ซึ่งต่างจากข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลที่นายวิจิตร เกตุแก้ว ได้เขียนไว้ในปี 2546 ระบุว่า ให้นายกสมาคมฟุตบอลมีอำนาจแต่งตั้งสภากรรมการ 18 คน และสภากรรมการจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกนายกสมาคมฟุตบอลในสมัยหน้า

สำหรับประเด็นนี้ฟีฟ่าเห็นว่า เป็นการเผด็จการทางสภาของวงการฟุตบอลไทยที่ฟีฟ่าไม่เห็นด้วยทั้งยังถือเป็นจุดอ่อนของข้อบังคับการเลือกตั้งของสมาคมฟุตบอลไทย

ส่วนข้อบังคับเก่าของสมาคมฟุตบอลมีข้อดีตรงจุดที่ไม่เป็นการริดรอนสิทธิ์ของสโมสรสมาชิกเดิมที่ได้จ่ายค่าสมาชิกถูกต้อง แต่ยังมีข้อโต้แย้งจากฟีฟ่า และอธิบายถึงสาเหตุที่ให้สิทธิ์ทีมเหล่านี้เป็นทีมสมัครเล่น เนื่องจากฟีฟ่าพบว่าสโมสรเหล่านี้มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินนักเตะต่างชาติ มีเรื่องฟ้องร้องไปถึงฟีฟ่าจำนวนมาก

แม้ฟีฟ่าต้องการจะลงโทษปรับเงินสโมสรเหล่านี้กลับไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีสถานที่ตั้ง หรือเจ้าหน้าที่ทำงานในสโมสรชัดเจน ภาระทั้งหมดจึงตกมาอยู่กับสมาคมฟุตบอลที่ต้องจ่ายเงินแทนเป็นมูลค่าหลายล้านบาทต่อปี


กลับขึ้นด้านบน