ดีเอสไอเตรียมเสนอกรณี"พระเณรคำ" เป็นคดีพิเศษ

ดีเอสไอเตรียมเสนอกรณี"พระเณรคำ" เป็นคดีพิเศษ

ดีเอสไอเตรียมเสนอกรณี"พระเณรคำ" เป็นคดีพิเศษ

รูปข่าว : ดีเอสไอเตรียมเสนอกรณี"พระเณรคำ" เป็นคดีพิเศษ

ดีเอสไอเตรียมเสนอกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมนำข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนพยานแวดล้อม และพยานบุคคล จากกรณีพระเณรคำมีความประพฤติไม่เหมาะสม ส่งเป็นคดีพิเศษ หลังพบข้อมูลที่ทำให้เชื่อว่า พระเณรคำมีความสัมพันธ์ชู้สาวขณะบวชเป็นพระจริง ซึ่งทางดีเอสไอให้หญิงสาวที่อ้างว่ามีความสัมพันธุ์ลึกซึ้ง กับพระเณรคำ เข้าโครงการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัย หลังออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์ฉันชู้สาวจนมีบุตรด้วยกัน ขณะที่ผู้เสียหายยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอบุตร เพื่อพิสูจน์ความจริง

คำบอกเล่าของหญิงสาววัย 26 ปี ชาวอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ที่อ้างถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เธอมีกับหลวงปู่เณรคำฉัตติโก ประธานที่พักสงฆ์ ขันติธรรม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 ปีก่อน ขณะที่บวชเป็นพระและมาจำพรรษาบริเวณป่าใกล้หมู่บ้าน

โดยคำพูดที่ให้ความหวัง ว่าจะสึกมาอยู่กินฉันสามีภรรยา ทำให้หญิงสาวซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 14 ปี ตัดสินใจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระ ซึ่งเธออ้างว่าหลวงปู่เณรคำจะมารับก่อนจะมีความสัมพันธ์กันในรีสอร์ท ทั้งในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะตั้งครรภ์ ซึ่งพระจะจ่ายค่าเลี้ยงดูให้เดือนละ 10,000บาท
    
ข้อมูลจากหญิงสาวรายนี้ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอได้รับ หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการร้องเรียนพฤติกรรมของหลวงปู่เณร คำ ซึ่งเป็นพยายานที่ยืนยันด้วยตัวเอง รวมถึงการสอบพยานแวดล้อม และสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยระบุว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งสามารถดำเนินการเอาผิดได้เพราะยังไม่หมดอายุความ

นอกจากหญิงสาวรายนี้ที่อ้างตัวว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหลวงปู่เณรคำ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จึงต้องสอบหญิงสาวที่เกี่ยวข้องอีก 8 ราย เบื้องต้นให้ผู้เสียหายเข้าโครงการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัยและจะจัดเจ้าหน้าที่มาดูแล พร้อมระบุว่าหลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลให้กับฝ่ายสงฆ์เพื่อพิจารณาความผิด ซึ่งอาจถึงขั้นปราชิกหรือให้พ้นสภาพความเป็นพระ ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา ต้องตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน ต้นสังกัดของหลวงปู่เณรคำ รวมถึงการใช้เงินบริจาค ซึ่งต้องประสานข้อมูลกับตำรวจกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก่อนจะมีการพิจารณาว่ารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
     


กลับขึ้นด้านบน