สำรวจผลกระทบ "อ่าวมาหยา จ.กระบี่" หลังมีความขัดแย้ง"หนุน-ต้าน"ในพื้นที่

สำรวจผลกระทบ "อ่าวมาหยา จ.กระบี่" หลังมีความขัดแย้ง"หนุน-ต้าน"ในพื้นที่

สำรวจผลกระทบ "อ่าวมาหยา จ.กระบี่" หลังมีความขัดแย้ง"หนุน-ต้าน"ในพื้นที่

รูปข่าว : สำรวจผลกระทบ "อ่าวมาหยา จ.กระบี่" หลังมีความขัดแย้ง"หนุน-ต้าน"ในพื้นที่

 สำรวจผลกระทบ คดีที่หน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ ฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง เดอะบีช บนอ่าวมาหยา ปี 2542 แม้คดีนี้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ร่วมฟ้อง แต่การรวมตัวปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดเวลาที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความร่วมมือในชุมชน ขณะที่การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมบนอ่าวมาหยา หลังการถ่ายทำภาพยนตร์ พบว่า สมุทรศาสตร์ของหาดทรายอ่าวมาหยาแตกต่างจากที่อื่น ไม่สามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้

การปรับพื้นที่ของบริษัทผู้สร้างหนัง เพื่อถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง เดอะบีช เมื่อปี 2542 ที่ได้ตัดต้นไม้ ตามหน้าผา ก่อสร้างนั่งร้าน ทำลายพืชประจำถิ่น เพื่อปลูกต้นมะพร้าว และนำแพขนานยนต์ เข้าเทียบเพื่อเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ขึ้นฝั่ง บนอ่าวมาหยา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จนเกิดกระแสคัดค้านจากนักอนุรักษ์ และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ในขณะนั้น

 
"แสง ธรรมดา" ศิลปินเพื่อชีวิตภาคใต้ หนึ่งในแกนนำ ที่ร่วมคัดค้านการสร้างหนังเดอะบีช เล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่ พยายามต่อต้านการเข้ามาของบริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูด เนื่องจากกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อมในอนาคต แต่ก็ยากที่จะคัดค้าน เพราะนอกจากจะได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจแล้ว ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นบางคน ยังให้การสนับสนุน
 
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากการสร้างภาพยนต์ เดอะบีช ของนักวิชาการ คณะวิศวกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ พบว่า ลักษณะทรายหาดอ่าวมาหยา มีความพิเศษ ไม่มีเหมือนหาดทั่วไป เพราะเกิดจากธรรมชาติ ที่โอบล้อมด้วยหุบเขา เป็นแนวกันลม ทำให้เกิดการทับถมของซากปะการัง เป็นเวลานาน และสลายตามธรรมชาติ จนเป็นผง และเป็นเม็ดทรายละเอียดขาวใส การปรับพื้นที่บริเวณชายหาด จึงเป็นการทำลายชายหาดที่สวยงาม และไม่สามารถฟื้นฟูได้เหมือนเดิม
 
กว่า 10 ปี ที่นักกฏหมาย สภาทนายความ นำนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง และชาวบ้านอีก 17 คน ยื่นฟ้องศาล เอาผิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ให้อนุญาต และบริษัทผู้สร้างหนัง แต่ทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ และศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จึงไม่รับคำฟ้อง จนล่าสุดศาลชั้นต้น พิจารณาให้เฉพาะนักการเมืองท้องถิ่นทั้ง 2 คน ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน มีสิทธิ์ยื่นฟ้อง โดยศาลจะลงพื้นที่เดินเผชิญสืบ หรือหาหลักฐานด้วยตัวเองในเดือนหน้า  
 


กลับขึ้นด้านบน