ก.พาณิชย์ยืนยันข้าวในโครงการรับจำนำปลอดภัย

ก.พาณิชย์ยืนยันข้าวในโครงการรับจำนำปลอดภัย

ก.พาณิชย์ยืนยันข้าวในโครงการรับจำนำปลอดภัย

รูปข่าว : ก.พาณิชย์ยืนยันข้าวในโครงการรับจำนำปลอดภัย

ก.พาณิชย์ยืนยันข้าวในโครงการรับจำนำปลอดภัย จากกระแสข่าวในโซเซียลมีเดียกรณีข้าวสารถุงอาจมีสารพิษเจือปน ทำให้หนูตายภายใน 5 นาที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าเป็นการให้ร้าย ทำลายระบบข้าว โดยยืนยันว่าข้าวไทยมีคุณภาพ ขณะที่ผู้จัดรายการ และพิธีกรรายการ "คนค้นฅน" ระบุทำเพื่อความถูกต้อง เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้บริโภค

เฟสบุ๊คของนายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ผู้ดำเนินรายการ คนค้นฅน และผู้บริหารในบริษัท ทีวีบูรพา ได้โพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟสบุ๊คอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้ระบุถึงโรงสีข้าว 3 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังเตรียมส่งข้าวออกจำหน่าย มีสารพิษตกค้าง ซึ่งสารดังกล่าวไม่สามารถละลายในน้ำได้ และทำให้หนูตายใน 5 นาที ก่อนข้อความนี้จะถูกลบออกไป โดยข้อความใหม่ระบุถึงความเป็นห่วงที่มีต่อความปลอดภัยของคนกินข้าว ไม่ใช่แค่การโพสต์ข้อความเพื่อความสะใจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้บริโภค รวมทั้งให้โรงสีต่างๆ แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเปิดให้เจ้าหน้าที่ และสื่อเข้าไปตรวจสอบได้อย่างอิสระ ทุกขั้นตอน เพื่อความโปร่งใส

ขณะที่เจ้าของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ 2 ใน 3 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ถูกระบุในสื่อออนไลน์ว่า นำข้าวที่ปนเปื้อนสารเคมีส่งไปให้กับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในภาคกลาง บรรจุถุงขายตามท้องตลาด ปฏิเสธว่าไม่เคยส่งข้าวให้กับบริษัทที่ถูกระบุในข่าว พร้อมเตรียมยื่นฟ้องหมิ่นประมาท ฐานทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง

ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวในโซเซียลมีเดีย กรณีข้าวสารถุงมีสารพิษเจือปนว่า ข่าวดังกล่าวเป็นการกุข่าวของผู้ไม่หวังดี หวังทำลายระบบข้าวสาร การค้า และประเทศชาติ พร้อมยืนยัน ที่ผ่านมา ข้าวในโครงการรับจำนำมีการเข้มงวดและตรวจสอบตลอด หากโรงสีทำผิดก็ต้องลงโทษ รวมถึงได้สั่งการให้ตรวจสอบข้าวถุงที่รัฐได้อนุมัติให้จัดทำด้วย เบื้องต้นยืนยันว่าข้าวไทยมีคุณภาพ ที่เป็นปัญหาอาจมีเพียงบางจุดเท่านั้น และหากใครมีหลักฐานมาแจ้ง เจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทันที

ส่วนความคืบหน้าการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ได้มีการเจรจาทำสัญญาขายข้าวให้กับจีนได้เพิ่มขึ้นอีก 5,000,000 ตัน ซึ่งเมื่อรวมสัญญาเดิมที่ทำไว้กับประเทศต่างๆ รวมกว่า 7,000,000 ตัน จึงมั่นใจว่าจะสามารถระบายข้าวแบบจีทูจีได้ในปริมาณมากกว่า 10 ล้านตัน โดยกำหนดกรอบเวลาส่งมอบไว้ภายใน 3-5 ปี ขณะที่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าว มีมติอนุมัติให้ระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลในรูปแบบการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป เริ่มต้นในสัปดาหน้า มีเป้าหมายที่จะเปิดประมูลเดือนละ 500,000 - 1,000,000 ตัน

ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบไปยังธนาคารทั้ง 6 แห่ง ถึงเส้นทางการเงินของเช็คที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี จำนวน 1,460 ฉบับ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าแคชเชียร์เช็คบางฉบับมีจำนวนเงินเพียง 80,000 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าเป็นการทำสัญญาแบบจีทูจีกับรัฐบาล โดย ป.ป.ช.จะเร่งตัดสินคดีนี้ให้เสร็จทันก่อนที่นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. จะหมดวาระสิ้นเดือนกันยายนนี้


กลับขึ้นด้านบน