ตัวแทนศิษย์ยื่นหนังสือขยายเวลารายงานตัวพระเณรคำ

ตัวแทนศิษย์ยื่นหนังสือขยายเวลารายงานตัวพระเณรคำ

ตัวแทนศิษย์ยื่นหนังสือขยายเวลารายงานตัวพระเณรคำ

รูปข่าว : ตัวแทนศิษย์ยื่นหนังสือขยายเวลารายงานตัวพระเณรคำ

ตัวแทนศิษย์ยื่นหนังสือขยายเวลารายงานตัวพระเณรคำ วันนี้ครบกำหนดที่พระวิรพล ฉัตติโก (พระเณรคำ) ต้องเดินทางมารายงานตัวกับเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี หลังเลยการขออนุญาตที่พระวิรพลเดินทางไปต่างประเทศ หากยังไม่มารายงานตัวภายในวันนี้ สำนักพระพุทธศาสนาเตรียมประสานขับพระวิรพลออกจากสังกัด ในวันที่ 13 และเตรียมประสานให้สึกในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ขณะเดียวกันด้านศิษย์ของพระวิรพล ยื่นหนังสือขอเลื่อนการรายงานตัวกับเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีไปเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม

นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ลูกศิษย์ของพระวิรพล ฉัตติโก (พระเณรคำ) นำหนังสือยื่นอุทธรณ์คำสั่งคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ที่เรียกให้พระวิรพลมารายงานตัวภายในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยในหนังสือระบุรายละเอียดในประเด็นหลักๆ คือ การขอขยายเวลาให้พระเณรคำเลื่อนการรายงานตัวกับเจ้าคณะไปถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

การขอให้พิสูจน์ภาพปริศนาที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นพระเณรคำนอนอยู่กับสีกาเป็นของจริงหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้เปลี่ยนกระบวนการพิสูจน์ดีเอ็นเอของเด็กที่อ้างเป็นบุตรของพระเณรคำ โดยให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดีเอ็นเอของพระเณรคำมาพิสูจน์ ไม่ใช่ใช้ผลดีเอ็นเอของปู่ย่ามาพิสูจน์แทน

โดยนายสุขุมระบุว่า พระเณรคำยินดีจะเดินทางมาแถลงข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง หากเรื่องนี้มีผู้น่าเชื่อถือและมีคุณธรรม มาดูแล ซึ่งก็คือคณะมหาเถรสมาคม หรือศาล

นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำภาพถ่าย ที่อ้างว่าเป็นหลักฐานสำคัญ ยื่นให้ต่อดีเอสไอ ซึ่งหลักฐานที่เตรียมยื่นก็คือ ภาพถ่ายนายสุรี น้องชายของพระเณรคำ ขณะบวชเป็นสามเณร มาเปรียบเทียบกับภาพพระเณรคำ ว่ามีความคล้ายคลึง ดังนั้นภาพที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นพระเณรคำ อาจเป็นภาพน้องชายที่กำลังบวช

เจ้าหน้าที่สำนักความมั่นคง และดีเอสไอ จะเข้าพบพระราชธรรมโกศล เพื่อนำหลักฐานการสืบสวนพระเณรคำเข้าหารือ และขอสอบปากคำพระราชธรรมโกศลในฐานะพระผู้ปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมเตรียมประสานขอหมายค้นในพื้นที่ต้องสงสัยการซุกซ่อนสิ่งของมีค่าของพระเณรคำ หลังพบข้อมูลว่ามีความเกี่ยวข้องกับการซื้อรถ 35 คัน อีกทั้งยังนำทองคำที่ได้รับการบริจาค ไปฝากไว้ที่ร้านทองหลายแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งขอหมายเข้าตรวจดีเอ็นเอ หลังก่อนหน้านี้ได้รับการปฏิเสธจากญาติหลายครั้ง

ขณะที่หลวงปู่พุทธอิสระ ได้เข้ายื่นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่า พระเณรคำปกปิดอาบัติ โดยพบว่ามีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ รวม 4 ท่าน เป็นผู้รับสินบน ซึ่งดีเอสไอเตรียมนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริง  


กลับขึ้นด้านบน