พม.เตรียมประสานดีเอสไอ คุ้มครอง "แม่-ภรรยา" หลังถูกนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยข่มขู่

พม.เตรียมประสานดีเอสไอ คุ้มครอง "แม่-ภรรยา" หลังถูกนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยข่มขู่

พม.เตรียมประสานดีเอสไอ คุ้มครอง "แม่-ภรรยา" หลังถูกนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยข่มขู่

รูปข่าว : พม.เตรียมประสานดีเอสไอ คุ้มครอง "แม่-ภรรยา" หลังถูกนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยข่มขู่

พม.เตรียมประสานดีเอสไอ คุ้มครอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยให้มารดาและภรรยาที่ถูกอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ข่มขู่และทำร้ายร่างกายสัปดาห์หน้า ขณะที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักพบปืน 4 กระบอกและอุปกรณ์เสพสารเสพติดจำนวนหนึ่ง

ตำรวจนครบาลมีนบุรี พร้อมตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 นำหมายศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าตรวจค้นบ้านนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย โดยมีนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม มารดาและนางณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของนายจักรกฤษณ์ และพี่เลี้ยงเด็ก มาชี้จุดเกิดเหตุหลังเข้าแจ้งความว่า ถูกนายจักรกฤษณ์ทำร้ายร่างกาย และใช้ปืนข่มขู่เมื่อคืนนี้

 
เบื้องต้นพบปืน 4 กระบอก ประกอบด้วย ปืนยาวคล้ายเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก, ปืนสั้นกึ่งออโตเมติก พร้อมบรรจุแม็กกาซีน 2 กระบอก พบปลอกกระสุนปืน 3 ปอก และมีดสปาต้า 1 ด้าม ซึ่งตรงกับคำให้การของคนในครอบครัว
 
โดยอาวุธทั้งหมดตำรวจจะตรวจสอบใบทะเบียนอนุญาต รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุเมื่อคืนนี้หรือไม่ / นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์การเสพสารเสพติดจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้ตรวจพิสูจน์ว่าเป็นสารชนิดใด เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหา
 
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บอกว่า เตรียมเข้าพบอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสัปดาห์หน้า เพื่อขอความคุ้มครองความปลอดภัยให้กับภรรยาและมารดาของนายจักรกฤษณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้เสียหายมีสภาพจิตใจย่ำแย่ และกลัวว่าจะถูกทำร้าย ซึ่งระหว่างนี้ทางศูนย์ช่วยเหลือสังคม จะส่งนักจิตวิทยา เข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจ และจัดหาบ้านที่ปลอดภัยให้กับผู้เสียหาย
 
นางสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ยอมรับว่า กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนทัศนคติของผู้นำครอบครัว หรือ ฝ่ายชาย ที่ยังมีพฤติกรรมใช้อำนาจกับคนในครอบครัวและมีจำนวนมากที่คนในครอบครัวไม่กล้าแจ้งความ ขณะที่ตำรวจก็ไม่ให้ความสนใจ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องในครอบครัว จึงเรียกร้องให้ปรับทัศนคติให้ผู้เสียหายรู้ถึงสิทธิของตัวเองและเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินตามอำนาจหน้าที่


กลับขึ้นด้านบน