ต้นแบบดูแลเด็กออทิสติกแบบครบวงจร

ต้นแบบดูแลเด็กออทิสติกแบบครบวงจร

ต้นแบบดูแลเด็กออทิสติกแบบครบวงจร

รูปข่าว : ต้นแบบดูแลเด็กออทิสติกแบบครบวงจร

ต้นแบบดูแลเด็กออทิสติกแบบครบวงจร ข้อมูลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบแนวโน้มเด็กป่วยด้วยโรคออทิสติกสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ปกครองหลายคนไม่ยอมรับ และเข้าใจว่า เป็นโรคปัญญาอ่อน เนื่องจากเด็กพิเศษกลุ่มนี้ มีหน้าตาปกติเหมือนเด็กทั่วไป ทั้งที่ข้อแท้จริงแล้ว หากได้รับคัดกรองหาภาวะออทิสติกได้เร็ว

การโยกตัวบนลูกบอล เป็นกิจกรรมบำบัด ช่วยกระตุ้นพัฒนาการเด็กกลุ่มออทิสติก ฝึกการรับรู้จังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกาย และเพิ่มการใช้พลังของเด็กเอง เช่นเดียวกับการฝึกให้เด็กจ้องมองวัตถุ เพื่อให้เกิดการตอบสนอง และให้เด็กจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน เพราะเด็กกลุ่มนี้ มักมีสมาธิสั้น

โรงพยาบาลระนองจัดตั้งคลินิคพัฒนาการเด็ก มาตั้งแต่ปี 2546 เพื่อดูแลเด็กออทิสติกแบบครบวงจร ตั้งแต่การรักษา ส่งเสริมพัฒนาการ และประสานความร่วมมือกับเครือข่าย หลังผลสำรวจพบเด็กกว่าร้อยละ 11 ของจังหวัด มีปัญหาพัฒนาการช้า และแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก ผู้ปกครองไม่ยอมรับ เนื่องจากลักษณะเด็กกลุ่มนี้ จะมีหน้าตาเหมือนเด็กปกติทั่วไป
 
การส่งต่อเด็กพิเศษกลุ่มนี้ เข้าสู่ระบบการศึกษาของโรงเรียนบ้านบางกลาง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นอีกความร่วมมือแบบบูรณาการของเครือข่าย และโรงเรียน นอกจากเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ให้เด็กมีพัฒนาการสมตามวัยแล้ว ยังฝึกทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคม

ข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขยังเป็นปัญหาของการเข้ารับบริการ ทำให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เร่งจัดระบบสร้างเครือข่ายการดูแลพัฒนาการเด็กระหว่างบ้าน โรงเรียน และชุมชน หวังสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

โรคออทิสติกเป็น 1 ใน 4 ของโรคจิตเวชในเด็ก ที่มีความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสมอง มักแสดงอาการอย่างชัดเจนในวัยเด็ก  ปัญหาที่ผ่านมา มีเด็กที่ป่วยเข้ารับบริการเพียงร้อยละ 15 ล่าสุดข้อมูลของสปสช. พบผู้ป่วยนอกออทิสติกเข้ารับบริการกว่า 180,000 ครั้ง ซึ่งหากคัดกรองหาภาวะออทิสติกได้เร็วตั้งแต่ช่วงอายุ 2 ปี จะทำให้การรักษาได้ผลดี แม้ไม่หายขาด แต่เด็กจะมีพัฒนาการด้านต่างๆ ที่ดีขึ้น

 


กลับขึ้นด้านบน