สิ้นสุดยุคดาราแม่เหล็กในภาพยนตร์แอ็คชั่น

สิ้นสุดยุคดาราแม่เหล็กในภาพยนตร์แอ็คชั่น

สิ้นสุดยุคดาราแม่เหล็กในภาพยนตร์แอ็คชั่น

รูปข่าว : สิ้นสุดยุคดาราแม่เหล็กในภาพยนตร์แอ็คชั่น

สิ้นสุดยุคดาราแม่เหล็กในภาพยนตร์แอ็คชั่น ยุคหนึ่งภาพยนตร์แอ็คชั่นดังระดับโลกเคยพึ่งพาดาราแม่เหล็กอยู่เพียงไม่กี่คน แต่เมื่อค่าตัวที่แพงขึ้นเริ่มสวนทางกับรายได้หนังที่ลดลงในยุคนี้ ทั้งผู้สร้างและพระเอกหน้าเก่าจึงเริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อที่จะอยู่รอดในวงการต่อไป

เคยปฎิบัติภารกิจกู้โลกใน Independence Day จนติดอันดับเป็นหนึ่งในหนังทำรายได้มากที่สุดในโลก ทั้งยังส่งให้ Will Smith ได้บทพระเอกหนังแอ็คชั่นต่อมาอีกหลายปี แต่ล่าสุด การประกาศสร้างภาคต่อของ ID4 กลับไม่มีชื่อของพระเอกคนดัง ด้วยเหตุผลว่าค่าตัวแพงเกินไป และเป็นดาราหน้าเดิมจนเกินไป  ขณะที่ทอม ครูซ พระเอกหนังแอ็คชั่นขายดีอีกคนหนึ่ง กำลังอยู่ในช่วงขาลง เพราะนอกจากหนังชุด Mission Impossible แล้ว ตั้งแต่ปี 2005 เรื่องอื่นๆ ที่เขาแสดงนำ ไม่เคยทำเงินได้เกิน 100 ล้านดอลลาร์ ภาพจำของพระเอกหนังแอ็คชั่นอาจเคยดึงดูดผู้ชมได้ในยุค 90 แต่สำหรับปัจจุบัน ดาราแม่เหล็ก อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดของหนังแอ็คชั่นอีกต่อไป

นอกจากทุ่มทุนสร้างมหาศาล ภาพยนตร์ดังในปัจจุบันต้องใช้งบเพื่อทำการตลาดอีกในระดับร้อยล้านดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายรวมที่มากขึ้นทำให้ค่ายหนังเริ่มหันมาเลือกใช้ดาราที่ค่าตัวไม่สูงมาก ส่วนพระเอกคนดังหลายคนแก้ปัญหาด้วยการสร้างบริษัทหนังเป็นของตัวเอง เช่น Brad Pitt ที่ทำบริษัท Plan B, Will Smith นั่งแท่นบริหาร Overbrook หรือ Tom Cruise ที่สร้างบริษัท Cruise/Wagner Production  ขณะที่พลังของดาราแม่เหล็กในปัจจุบัน แทบไม่มีผลในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะจีนและรัสเซีย จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ดาราหน้าใหม่มากกว่าเดิม แต่ผู้ชมอาจจะไม่ได้เห็นนักแสดงคนไหนก้าวขึ้นมาโด่งดังได้มากเท่ากับดาราในยุครุ่งเรืองก่อนหน้านี้อีกแล้ว

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แข่งกันชนโรงมากที่สุดของปี โดยกระแสหนังที่มาแรงส่วนใหญ่เป็นการต่อยอดจากวรรณกรรมเรื่องดัง และภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งเป็นผลดีต่อค่ายหนังเพราะสามารถเปลี่ยนหน้าดารามารับบทซูเปอร์ฮีโร่ได้ง่ายกว่า เหมือนที่เกิดกับบทบาทสไปเดอร์แมนหรือซูปเปอร์แมนภาคล่าสุด แต่ความนิยมที่เกิดขึ้น คงไม่ใช่ข่าวดีนักสำหรับพระเอกหนังแอ็คชั่นรุ่นเก๋าที่อายุมากขึ้นทุกที


กลับขึ้นด้านบน