สมช.รับคุมเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอนยาก-อัยการสูงสุดเล็งตั้งสำนักงานมั่นคงพิเศษดูคดีใต้

สมช.รับคุมเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอนยาก-อัยการสูงสุดเล็งตั้งสำนักงานมั่นคงพิเศษดูคดีใต้

สมช.รับคุมเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอนยาก-อัยการสูงสุดเล็งตั้งสำนักงานมั่นคงพิเศษดูคดีใต้

รูปข่าว : สมช.รับคุมเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอนยาก-อัยการสูงสุดเล็งตั้งสำนักงานมั่นคงพิเศษดูคดีใต้

สมช.รับคุมเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอนยาก-อัยการสูงสุดเล็งตั้งสำนักงานมั่นคงพิเศษดูคดีใต้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ยอมรับว่า ยากจะควบคุมเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สงบเรียบร้อยได้ภายใน 40 วันหรือช่วงเดือนรอมฎอน แม้กลุ่มบีอาร์เอ็นจะตอบรับข้อเสนอเพื่อประสานความเข้าใจแล้วก็ตาม ขณะที่อัยการสูงสุด เตรียมตั้งสำนักงานคดีฝ่ายความมั่นคงพิเศษ เพื่อดูแลคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนงานโฆษกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์และเเถลงข่าวการแก้ปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราขการต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย,กอ.รมน.,ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยนายวิชช์ จีระแพทย์ ตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะมีการตั้งสำนักงานคดีฝ่ายความมั่นคงพิเศษ ขึ้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อเข้ามาดูแลคดีความมั่นคงทุกประเภท ซึ่งจะมีอัยการเข้าร่วมทำงานกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็วและยุติธรรม แต่ระหว่างนี้จะจัดตั้งคณะทำงานบูรณาการงานด้านความมั่นคงขึ้น 1 ชุดก่อน

ตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า คดีด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่าร้อยละ 50 จากคดีความที่ยื่นฟ้องถูกยกฟ้อง เนื่องจากไม่สามารถนำพยานบุคคลมาเบิกความในชั้นศาลได้ และวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขาดความเชื่อมโยงต่อเนื่อง จึงจำเป็นจะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ในขณะเดียวกันก็เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองพยานและครอบครัวอย่างจริงจัง

ผู้แทนสมช. ยังคงกล่าวยืนยันว่า หน่วยความมั่นคงจะดูแลความปลอดภัยในช่วงเดือนรอมฎอน โดยใช้มาตรการเข้มข้นทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด แต่จะอำนวยความสะดวกประชาชน ที่ปฏิบัติศาสนกิจ รวมไปถึงดูแลที่ตั้งหน่วย และสนามบินเพื่อเป็นการส่งกำลังบำรุง

ทั้งนี้คณะทำงานบูรณาการงานด้านความมั่นคก็จะทำหน้าที่พิจารณาเรียกคดีด้านความมั่นคงที่ถูกยกฟ้อง กลับเข้าสู่กระบวนการอีกครั้ง และอาจเป็นไปได้ว่า ในอนาคตนั้นคดีด้านความมั่นคงจะไม่มีอายุความ

ขณะที่พ.อ.จรูญ อำภา ผู้แทนสมช. ระบุว่า หน่วยงานความมั่นคงกลาโหม เตรียมพร้อมเฝ้าระหว่างช่วงเดือนรอมฏอนอย่างเข้มงวดแล้ว แต่ยอมรับว่ามีโอกาสเกิดเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้กลุ่มบีอาร์เอ็นจะตอบรับข้อเสนอและแสดงความพร้อมที่จะดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง 40 วัน ในช่วงรอมฎอนแล้วก็ตาม เนื่องจากมีกลุ่มเห็นต่างยังเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนอย่างต่อเนื่อง


กลับขึ้นด้านบน