อย.เตรียมตรวจโรงงานผลิตข้าวถุงหลังพบสารรมควัน

อย.เตรียมตรวจโรงงานผลิตข้าวถุงหลังพบสารรมควัน

อย.เตรียมตรวจโรงงานผลิตข้าวถุงหลังพบสารรมควัน

รูปข่าว : อย.เตรียมตรวจโรงงานผลิตข้าวถุงหลังพบสารรมควัน

อย.เตรียมตรวจโรงงานผลิตข้าวถุงหลังพบสารรมควัน หลังจากที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมูลนิธิชีววิถีเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบสารตกค้างเมทิลโบรไมด์ในข้าวสารบรรจุถุงแล้ว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนค่ามาตรฐานตกค้างในข้าวสาร ตามมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศที่กำหนดให้มีสารตกค้าง และไม่เกิน 5มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รวมทั้งให้รัฐบาลตรวจสอบโรงสี และผู้ผลิตที่มีปัญหานั้น ทำให้ในวันนี้ (17 ก.ค.) อย.จะไปสุ่มตรวจข้าวสารที่ได้มีการตรวจพบสารตกค้างดังกล่าว

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับมูลนิธิชีววิถีเปิดเผยผลการตรวจสอบข้าวถุงหลังเก็บตัวอย่างข้าวทั้งหมด 46 ตัวอย่างใน 36 ยี่ห้อ ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และพบว่ามีเพียง 12 ตัวอย่าง ที่ไม่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บอเนต และการตกค้างของยากันรา ขณะที่ 34 ตัวอย่างพบการตกค้างของสารรมควันเมทิลโบรไมด์ เพื่อป้องกันมอด และแมลง อยู่ที่ระดับตั้งแต่ 0.9-67 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

โดยมีเพียง 1 ตัวอย่าง ที่พบปริมาณการตกค้างของสารดังกล่าวสูงถึง 67.4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศที่กำหนดให้มีสารตกค้างได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทั้งที่ข้าวยี่ห้อนี้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ก่อนนี้ อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแถลงย้ำถึงมาตรฐานของข้าวไทย แต่นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี มองว่าการเปิดเผยผลการตรวจข้าวของหน่วยงานดังกล่าว ไม่มีจำแนกระดับของสารตกค้างให้ผู้บริโภคทราบ

แม้สารเมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าวถุงของไทยจะไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานระหว่างประเทศ แต่ในหลายประเทศคู่ค้า เช่น จีน กำหนดค่าสารตกค้างดังกล่าวไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนอินเดีย ไม่เกิน 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งกำหนดค่าน้อยกว่าไทย ดังนั้น มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนค่ามารตฐานการตกค้างของเมทิลโบรไมด์ไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามมาตรฐานของคณะกรรมการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเดกซ์) กำหนดไว้ รวมถึงตรวจสอบโรงสี และผู้ประกอบการที่มีปัญหา

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยังกล่าวอีกว่า ผลการตรวจทั้งหมดนี้จะส่งให้ อย.ดำเนินการตามความรับผิดชอบต่อไป และยืนยันว่าการทดสอบดังกล่าวไม่ได้เป็นการดิสเครดิตรัฐบาลแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเพื่อผู้บริโภค

ขณะที่นายกิตติพันธุ์ เหล่าประภัสสร ผู้จัดการ บริษัท เสถียรรุ่งเรืองมาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัทผู้ผลิต และจำหน่ายข้าวสารยี่ห้อ "โคโค่" กล่าวว่า เตรียมหารือกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคว่ามีกระบวน และขั้นตอนการตรวจสอบอย่างไร ซึ่งหากพบว่าข้าวสารของบริษัทมีปัญหาจริง พร้อมเรียกข้าวล็อตนั้นกลับมาได้ พร้อมกันนี้ยอมรับว่าผลการตรวจสอบของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคข้าวยี่ห้อนี้ แม้จะวางขายข้าวในตลาดมานานกว่า 10 ปี

ด้าน ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ในวันนี้ (17 ก.ค.) จะนำเจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจข้าวยี่ห้อโคโค่-ข้าวขาวพิมพาที่โรงงานผลิต ขณะเดียวกัน ในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ อย.จะระดมเก็บตัวอย่างตรวจข้าวถุงทั่วประเทศใน 10 จังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือ และภาคอีสานที่มีโรงงานบรรจุด้วย เพื่อตรวจดูว่ามีโรงงานไหนที่ยังไม่นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ อย.

ขณะที่เมื่อวานนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงกรมวิชาการเกษตรเข้าชี้แจงผลการตรวจวิเคราะห์ข้าวสารบรรจุถุง และข้าวสารบรรจุกระสอบต่อคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภาแล้ว โดยยืนยันข้าวสารถุง และข้าวสารกระสอบอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย


กลับขึ้นด้านบน