วุฒิสภาเตรียมสรรหาตุลาการศาลรธน.แทน"วสันต์"

วุฒิสภาเตรียมสรรหาตุลาการศาลรธน.แทน"วสันต์"

วุฒิสภาเตรียมสรรหาตุลาการศาลรธน.แทน"วสันต์"

รูปข่าว : วุฒิสภาเตรียมสรรหาตุลาการศาลรธน.แทน"วสันต์"

 วุฒิสภาเตรียมสรรหาตุลาการศาลรธน.แทน ประธานวุฒิสภา ยืนยันว่าวันที่ 1 สิงหาคมนี้ วุฒิสภาจะหารือเดินหน้ากระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญ แถลงยังไม่นัดประชุมเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ จนกว่าจะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครบ 9 คน โดยเห็นควรให้นายจรูญ อินทจาร ผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ไปก่อน

การลาออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์นั้น หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธแรงกดดันทางการเมือง หรือภายในองค์กรเป็นสาเหตุให้นายวสันต์ตัดสินใจลาออก พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีผลต่อการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 8 คนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นควรมอบหมายให้ตุลาการที่มีความอาวุโสสูงสุด รับหน้าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญชั่วคราว และจะประชุมเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ หลังมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครบ 9 คน

ขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่าวุฒิสภาจะหารือเพื่อกำหนดกรอบการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ หลังจากนั้นจะเชิญคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเข้าหารือ และวางกรอบดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน 30 วัน

สำหรับการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ มีรายงานว่า หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยึดการเลือกผู้นำด้วยหลักเกณฑ์ความอาวุโสสูงสุด ก็มีผู้เหมาะสมที่สุดคือ นายจรูญ อินทจาร แต่หากการหารือระหว่างตุลาการไม่ติดใจเรื่องความอาวุโส มีผู้ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับเลือกถึง 2 คน ประกอบไปด้วย
นายนุรักษ์ มาประณีต และนายจรัญ ภักดีธนากุล เพราะแม้จะมีความอาวุโสน้อยที่สุด แต่ตุลาการหลายคนให้การยอมรับ ทั้งบทบาทหน้าที่และการวางตัว ซึ่งการลงมติเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็ใช้เกณฑ์การเลือกเพียงผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเท่านั้น

ส่วนคดีที่ค้างการพิจารณาวินิจฉัยมี 2 เรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจและเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง คือ คำร้องให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะสิ้นสุดลงหรือไม่ หลังกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลดออกจากราชการ และเรียกเบี้ยหวัดคืน ซึ่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นไว้ และกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายสมชาย แสวงการ ยื่นขอให้วินิจฉัยประธานรัฐสภาและพวกอีก 311 คนกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 68


กลับขึ้นด้านบน