มติกรอ.เสนอครม.12 โครงการ พัฒนาคมนาคม-จัดการน้ำ-การท่องเที่ยว

มติกรอ.เสนอครม.12 โครงการ พัฒนาคมนาคม-จัดการน้ำ-การท่องเที่ยว

มติกรอ.เสนอครม.12 โครงการ พัฒนาคมนาคม-จัดการน้ำ-การท่องเที่ยว

รูปข่าว : มติกรอ.เสนอครม.12 โครงการ พัฒนาคมนาคม-จัดการน้ำ-การท่องเที่ยว

มติกรอ.เสนอครม.12 โครงการ พัฒนาคมนาคม-จัดการน้ำ-การท่องเที่ยว ที่ประชุมกรอ.เตรียมเสนอครม.12 โครงการ พัฒนาพื้นที่ภาคกลางตอนบน 5 ด้าน

วันนี้ (18ก.ค. 2556) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) เห็นชอบโครงการพัฒนาพื้นที่ภาคกลางตอนบน ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา,จ.สระบุรี, จ.ปทุมธานี และนนทบุรี ตามข้อเสนอภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 5 ประเด็น 12 โครงการ ทั้งเรื่องการส่งเสริมการค้าการลงทุนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินงานต่อไป

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ข้อเสนอด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ประกอบด้วย การส่งเสริมผู้เลี้ยงโคนม และนมอินทรีย์แบบครบวงจร จ.สระบุรี หลังประสบปัญหาอาหารเลี้ยงโคนมไม่เพียงพอ ซึ่งเสนองบประมาณ 89 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้ขอยกเลิกพื้นที่สีเขียวในผังเมืองรวมพระนครศรีอยุธยา บนถนนสายเอเชีย และการปรับปรุงประกาศการบังคับใช้ผังเมืองจ.สระบุรี รวมถึงเป็นการพัฒนาครัสเตอร์อุตสาหกรรมการเกษตร

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ด้านการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ มีโครงการที่เร่งรัด 3 โครงการ ทั้งถนนวงแหวนต่างระดับสาย 9 เชื่อมโยง จ.นนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี ทางด่วนโทลล์เวย์ (รังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์) จะให้เสร็จภายในปี 2558 โดยใช้งบประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยกรมทางหลวงมีแผนงานนี้อยู่แล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องของสัญญา รวมไปถึง งานก่อสร้างเส้นทางหมายเลข 32 ต่อเชื่อมกับสถานีรถไฟมาบพระจันทร์ ที่อ.นครหลวง จำนวน 470 ล้านบาท ซึ่งใช้งบประมาณปี 2557 ไม่ทัน แต่จะบรรจุลงในงบประมาณของกระทรวงคมนาคมปี 2558 แทน

นอกจากนี้ ยังเร่งรัดการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร 3 เส้นทาง ทั้งถนนเลียบคลอง 7 ฝั่งตะวันตก ระยะทาง 10.4 กม. เส้นทางหมายเลข 33 ช่วงอ.นครหลวง-อ.บางปะหัน เพื่อการขนส่งลงทางน้ำของแม่น้ำป่าสัก และถนน 3056 อ.ภาชี-อ.อุทัย-อ.บางปะอิน เส้นทางหลักของทางออกนิคมอุตสาหกรรมโรจนะไปกรุงเทพฯ รวมทั้งการก่อสร้างขยายถนนหมายเลข 9 จากแยกทางต่างระดับ 340 จาก 4 ช่องจราจรเป็น10 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 40 กม. หรือจากถนนกาญจนาภิเษก หรือวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก ไปจนถึงถนนพหลโยธิน

การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากบางใหญ่-ไทรน้อย ระยะทางประมาณ 2.8 กม. เพื่อเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูบนถนนชัยพฤกษ์ ระยะทาง 9 กม. และสุดท้ายเป็นโครงการศึกษา 2 โครงการ คือ การปรับปรุงสะพานนวลฉวี และสะพานซังฮี้ เพื่อการสัญจรทางเรือ หลังมีระดับต่ำไป โดยต้องทำการศึกษาว่าหากมีการปรับปรุง จะส่งผลกับประชาชนที่อาศัยโดยรอบ และจะส่งผลต่อการจราจรอย่างไร ในระหว่างที่ทำการปรับปรุง และการยกระดับเส้นทางรถไฟ เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจร กรณีเส้นทางรถไฟฝ่ากลางเมือง จ.สระบุรี

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ระบุว่า โครงการส่วนใหญ่สอดคล้องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาท ซึ่งหากกฎหมายผ่านจะสามารถดำเนินการได้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยส่งเสริมยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมในพื้นที่มากขึ้น

ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มี 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และพัฒนาเส้นทางขนส่งทางน้ำในแม่น้ำป่าสัก อ.เสาไห้-อ.นครหลวง

ส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยว นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า มี 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาศาลากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา (หลังเก่า) และโครงสร้างการบริหารจัดการ การจัดระเบียบสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานเพื่อเป็นศูนย์บริการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก และการพัฒนาถนนสระบุรี–ปากบาง ให้เป็น“ถนนวัฒนธรรม ไทย-ยวน” เพื่อการท่องเที่ยว จ.สระบุรี

นอกจากนี้ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬารับหน้าที่แก้ปัญหาความแออัดในสนามบิน เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวในฤดูท่องเที่ยว ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ,ดอนเมือง,ภูเก็ต เป็นต้น

ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มีข้อเสนอเรื่องการรณรงค์เพื่อดำเนินการด้านการใช้แรงงานเด็กและการใช้แรงงานบังคับ ทบทวนเกณฑ์การรวมธุรกิจที่ต้องขออนุญาต ภายใต้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 และแก้ไข พ.ร.บ.ศุลกากร ในประเด็นว่าด้วยโทษสำหรับกรณีที่ไม่ได้มีเจตนาหรือหลีกเลี่ยงภาษี


กลับขึ้นด้านบน