กรมการข้าว ระบุการรมยาข้าวเพื่อการส่งออก เป็นเรื่องปกติ มั่นใจข้าวไทยยังมีคุณภาพ

กรมการข้าว ระบุการรมยาข้าวเพื่อการส่งออก เป็นเรื่องปกติ มั่นใจข้าวไทยยังมีคุณภาพ

กรมการข้าว ระบุการรมยาข้าวเพื่อการส่งออก เป็นเรื่องปกติ มั่นใจข้าวไทยยังมีคุณภาพ

รูปข่าว : กรมการข้าว ระบุการรมยาข้าวเพื่อการส่งออก เป็นเรื่องปกติ มั่นใจข้าวไทยยังมีคุณภาพ

กรมการข้าว ระบุการรมยาข้าวเพื่อการส่งออก เป็นเรื่องปกติ มั่นใจข้าวไทยยังมีคุณภาพ กระทรวงพาณิชย์เตรียมเข้าตรวจสอบสารตกค้างข้าวเพิ่มเติม ขณะที่กรมการข้าว ยืนยันว่า การรมยาข้าวนั้น เป็นมาตรฐานการค้าตามปกติ โดยเฉพาะข้าวส่งออกที่รัฐเป็นผู้ขาย ได้ทำตามมาตรฐานชัดเจนและเชื่อว่าจะไม่มีสารตกค้าง

น.ส.ลัดดาวัลย์ กรรณนุช รองอธิบดีกรมการข้าว ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องรมยาข้าวเพื่อการส่งออก เพราะจะช่วยเก็บรักษาคุณภาพข้าวในระยะยาวให้ได้ตามมาตรฐานการค้า ตามปกติแล้วการใช้สารรมยาข้าว ทั้ง เมทธิลโบรไมด์ และฟอสฟีน จะระเหยไปภายในระยะเวลา 5-7 วัน หากกระบวนการต่างๆ ทำตามมาตรฐาน จะมีความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือ โคเด็กซ์ นอกจากนี้เห็นว่า ภาครัฐควรหาแรงจูงใจให้โรงสีที่ปัจจุบันมีกว่า 40,000 แห่ง ร่วมทำตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย (GMP)

ขณะที่ นายวัลลภ พิชญ์พงศา เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าว กล่าวว่า ผู้ส่งออกจะรับข้าวสารที่ได้รับการแปรรูปแล้ว ปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐานของลูกค้าแต่ละประเทศ ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก และการกำจัดแมลง โดยขั้นตอนการรมยาเพื่อกำจัดแมลง จะมีการจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการ และต้องมีใบรับรองผ่านการรมยา ก่อนจะส่งออกข้าว ที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจสอบพบสารรมยา แต่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักไม่ได้มาตรฐานบ้าง

ด้าน น.ส.กรองทิพย์ ธนถาวรลาภ เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการไม่มีเจตนาจะให้มีสารตกค้างในข้าวถุงแบรนด์ต่างๆ เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นข้าวไทย โดยขอให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพข้าวไทย และร่วมพลิกวิกฤติเป็นโอกาสยกระดับข้าวไทยในระดับโลก

ส่วนการรับจำนำข้าว ของรัฐบาล ขณะนี้หลังชาวนาเสนอให้รับจำนำข้าวรอบใหม่ในราคาตันละ 13,500 บาท ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยจะมีการนำข้อเสนอนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้

ขณะที่การแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์จำนำข้าว นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ มีแนวคิดที่จะใช้ใบประทวนอิเล็กทรอนิกส์ และจีพีเอส เข้ามาใช้เพื่อแก้ปัญหา ขณะเดียวกันก็จะมีการตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ อย่างเข้มข้นขึ้น หากพบว่ามีการกระทำผิดในขั้นตอนใด ทั้งเจ้าหน้าที่ และเกษตรกร จะมีมาตรการดำเนินการขั้นเด็ดขาด


กลับขึ้นด้านบน