"สาหร่าย"พลังงานทดแทนแห่งอนาคต

"สาหร่าย"พลังงานทดแทนแห่งอนาคต

"สาหร่าย"พลังงานทดแทนแห่งอนาคต

รูปข่าว : "สาหร่าย"พลังงานทดแทนแห่งอนาคต

ท่ามกลางแนวโน้มการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิงและราคาที่สูงขึ้น สาหร่ายเซลเดียวกำลังเป็นพลังงานเชื้อเพลิงทดแทนตัวใหม่ และไทยเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่กำลังศึกษาและวางแผนนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนในอนาคต

ปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศถึงร้อยละ 80 ของความต้องการใช้ทั้งหมดหรือประมาณ 800,000 บาร์เรลต่อวันและมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เพราะไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมในประเทศได้ทันกับความต้องการ จึงเป็นความสุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จำเป็นที่ไทยต้องแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน
                   
ห้องปฎิบัติการขององค์การวิทยาศาสตร์และวิจัยอุตสาหกรรม หรือ CSIRO เมืองโฮบาร์ท ประเทศออสเตรเลียห้องได้เก็บตัวอย่างสาหร่ายน้ำเค็มไว้ศึกษากว่า 1,000 สายพันธุ์ โดย บริษัท ปตท.ได้ร่วมมือกับองค์กรแห่งนี้ เพื่อพัฒนาหาสายพันธุ์สาหร่ายที่เติบโตได้ดีและให้ปริมาณน้ำมันมากพอที่จะสกัดไบโอดีเซล
                   
ในอนาคต ไทยมีโอกาสที่จะนำสาหร่ายมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนในเชิงพาณิชย์ คาดว่าปี 2560 โดยจะเริ่มจากสาหร่ายน้ำจืด ซึ่ง ปตท.ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในประเทศพัฒนาสายพันธุ์
 
อาภารัตน์ มหาขันธ์ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เผยว่า การพัฒนาสาหร่ายน้ำจืดในไทยขณะนี้มีความก้าวหน้าไปมาก และพบว่ามีสาหร่ายหลายสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการเพาะเลี้ยง
 
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกร้อยละให้ได้ร้อย 25 ใน 10 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2564 โดยกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพปรับเป้าหมายปริมาณการใช้จากวันละ 13,500,000 ลิตร เป็นเกือบ 40,000,000 ลิตร เป็นเอทานอล 9,000,000 ลิตร ไบโอดีเซล เกือบ 6,000,000 ลิตร เชื้อเพลิงอื่น ๆ ทดแทนดีเซล 25,000,000 ลิตร
                   
การใช้น้ำมันทีเพิ่มขึ้น ทำให้กระทรวงพลังงานพยายามส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำมันชีวภาพเพิ่มขึ้น ทั้งการยกเลิกใช้น้ำมันเบนซิน 91 เมื่อ 1 มกราคม 2556 ทำให้มีการใช้เอทานอลเพิ่มจาก 1,400,000 ลิตรต่อวัน เป็น 2,300,000 ลิตรต่อวัน และความพยายามจะเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล ในน้ำมันดีเซลจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 7 ในวันที่ 1 มกราคม 2557 


กลับขึ้นด้านบน