เปิด "สมุดปกขาว" ของนักวิชาการ-ภาคปชช.ชี้แจง ธุรกิจบุหรี่แทรกแซงนโยบายรัฐ

เปิด "สมุดปกขาว" ของนักวิชาการ-ภาคปชช.ชี้แจง ธุรกิจบุหรี่แทรกแซงนโยบายรัฐ

เปิด "สมุดปกขาว" ของนักวิชาการ-ภาคปชช.ชี้แจง ธุรกิจบุหรี่แทรกแซงนโยบายรัฐ

รูปข่าว : เปิด "สมุดปกขาว" ของนักวิชาการ-ภาคปชช.ชี้แจง ธุรกิจบุหรี่แทรกแซงนโยบายรัฐ

เปิด ตามที่บริษัทบุหรี่ข้ามชาติ 2 แห่ง และสมาคมการค้ายาสูบไทย ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้กระทรวงสาธารณสุข ชะลอการบังคับ และยกเลิกประกาศกระทรวงฯ การเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ซึ่งนักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาชน เห็นว่า เป็นกลยุทธของธุรกิจบุหรี่ที่พยายามแทรกแซงนโยบายของไทย จึงร่วมกันจัดทำสมุดปกขาว ชี้แจงทุกข้อกล่าวหาที่ถูกฟ้องร้อง

กว่า 15 ปีแล้วที่ เหว่า พืชสาลี ชาวจังหวัดนครนายก วัย 69 ปี ต้องเลิกสูบบุหรี่อย่างถาวร หลังรู้ตัวว่า ป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพอง จากอาการที่ส่งผลให้เหนื่อยง่าย จึงต้องใส่ท่ออ๊อกซิเจนตลอดเวลา ถือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน 

 
เขาสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ถึงขั้นติดบุหรี่อย่างหนัก สูบไม่ต่ำกว่า 2 ซองต่อวัน จนอายุ 55 ปี เริ่มรู้สึกว่าสุขภาพแย่ลง ร่างกายซูบผอม หายใจไม่สะดวก ไออย่างหนัก จนแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งหากย้อนเวลาจะไม่ลองสูบบุหรี่
 
จากข้อมูลพบว่า คนไทยติดบุหรี่กว่า 13 ล้านคน เสียชีวิตด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ถึงปีละกว่า 50,000 คน ภาครัฐจึงต้องมีมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ จากร้อยละ 55 เป็นร้อยละ 85 โดยเชื่อว่า เป็นอีกมาตรการลดอัตรานักสูบหน้าใหม่ นั่นทำให้บริษัทบุหรี่ข้ามชาติ 2 แห่ง และสมาคมการค้ายาสูบไทย ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้ชะลอการบังคับใช้ และให้ประกาศดังกล่าวเป็นโมฆะ
 
ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นนำไปสู่การจัดทำสมุดปกขาวขนาด เอ4 จำนวน 12 หน้า ของกลุ่มเครือข่ายรณรงค์งดสูบบุหรี่ โดยมีเนื้อหาที่ระบุถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ ชี้ให้เห็นกลยุทธบริษัทบุหรี่ที่เข้ามาแทรกแซงนโยบายในไทย รวมถึงตอบโต้ข้อกล่าวหาของบริษัทบุหรี่ที่ยื่นฟ้องศาลปกครองในทุกประเด็น
 
ผู้อำนวยการเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียนมั่นใจว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าว จะช่วยสร้างความเข้าให้กับสังคม พร้อมเชื่อว่า การที่บริษัทบุหรี่ฟ้องร้องดังกล่าวเพราะมีผลต่อการกระตุ้นยอดขาย และกลัวว่าอัตรานักสูบจะลดลง ขณะเดียวกันการอาศัยช่องทางกฎหมาย ก็ชี้ให้เห็นความพยายามสกัดกั้นนโยบายภาครัฐ
 
มาตรการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เป็นร้อยละ 85 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2556 โดยให้เวลาบริษัทบุหรี่ในการปรับเปลี่ยนซองบุหรี่ โดยบุหรี่ที่ผลิตทั้งในประเทศและนำเข้าหลังจากวันที่ 2 ตุลาคม 2556 ต้องปรับภาพคำเตือนเป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด
 
ส่วนบุหรี่รูปแบบเดิมที่ยังค้างสต็อก ให้ขายได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2556 และในวันที่ 31 ธันวาคม ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ ขณะเดียวกันภายในวันที่ 30 มีนาคม 2557 การบรรจุซองบุหรี่ใน 1 คัตตอน ที่มี 10 ซอง แต่ละซองต้องมีภาพคำเตือนทั้ง 10 ภาพ ที่ไม่ซ้ำกันในคัดตอนเดียวกันด้วย
 


กลับขึ้นด้านบน