ความสำเร็จของหนังเกรดบี ที่เน้นขายความหลากหลายของเนื้อหา

ความสำเร็จของหนังเกรดบี ที่เน้นขายความหลากหลายของเนื้อหา

ความสำเร็จของหนังเกรดบี ที่เน้นขายความหลากหลายของเนื้อหา

รูปข่าว : ความสำเร็จของหนังเกรดบี ที่เน้นขายความหลากหลายของเนื้อหา

ความสำเร็จของหนังเกรดบี ที่เน้นขายความหลากหลายของเนื้อหา ฤดูกาลหนังซัมเมอร์ที่กำลังจะจบลงนี้ถือเป็นปีทองสำหรับหนังทุนต่ำ เพราะในขณะที่หนังทุนสูงจากค่ายใหญ่เปิดตัวล้มเหลวต่อเนื่องทุกสัปดาห์ แต่หนังทุนต่ำที่ขายความหลากหลายของเนื้อหาและมีกลุ่มผู้ชมที่ชัดเจนกลับกอบโกยความสำเร็จทางรายได้อย่างถ้วนหน้า

ความน่ากลัวของ The Conjuring หนังสยองขวัญที่สร้างจากคดีลี้ลับที่เคยเกิดขึ้นจริงเมื่อยุค 70 ได้รับความสนใจจากผู้ชมจนทำสถิติเป็นหนังสยองขวัญเรตอาร์ที่ไม่ใช่ภาคต่อ ทำเงินเปิดตัวสูงสุดกว่า 40 ล้านดอลลาร์หรือ 2 เท่าของทุนสร้าง ทำลายสถิติเมื่อเดือนที่แล้วที่ The Purge หนังเขย่าขวัญที่เปิดตัวแข่งกับหนังซัมเมอร์ด้วยรายได้มากกว่าทุนสร้างกว่า 10 เท่าที่ 34 ล้านดอลลาร์ 

 
ความสำเร็จเกิดคาดของหนังทุนต่ำที่เลือกมาเปิดตัวในช่วงซัมเมอร์ สวนทางกับความเชื่อเดิมว่าเป็นเวลาสำหรับการแข่งขันระหว่างหนังฟอร์มใหญ่เท่านั้น เมื่อหนังเน้นสเปเชียลเอฟเฟคและใช้ดาราดังเป็นตัวชูโรงต่างล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่หนังการจู่โจมทำเนียบขาว White House Down,หนังคาวบอยตะวันตก The Lone Ranger,หนังปกป้องโลกจากสัตว์ประหลาดไคจู Pacific Rim และหนังคู่หูตำรวจไล่ปราบวิญญาณ R.I.P.D. ที่เปิดตัวไม่ถึง 1 ใน 10 ของทุนสร้าง ทำให้ปีนี้มีหนังระดับบล็อกบัสเตอร์พลาดการคว้าแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศถึง 8 เรื่อง มากกว่า 2 ปีที่ผ่านมาที่มีหนังใหญ่ล้มเหลวแค่ปีละ 3 เรื่องเท่านั้น 
 
การตกต่ำของหนังฟอร์มใหญ่ ไม่ได้สะท้อนความล้มเหลวของซัมเมอร์ปีนี้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 14 เนื่องจากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของหนังเกรดบีหลากหลายแนว ทั้ง The Heat ซึ่งมีจุดขายเป็นหนังเรื่องเดียวช่วงฤดูร้อนที่มีตัวละครนำเป็นผู้หญิง จนได้รับความนิยมจากแฟนหนังผู้หญิงอย่างล้นหลาม Despicable Me 2 การ์ตูนภาคต่อที่ใช้ทุนสร้างไม่ถึงครึ่งของค่ายแอนิเมชั่นนั้นนำ แต่ทำเงินมากกว่าทุนสร้างกว่า 2 ร้อยล้านดอลลาร์ หรือแม้แต่หนังที่แทบไม่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่าง Grown Ups 2 ก็ทำเงินได้ดีจากการใช้มุกตลกที่เข้าถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัย 
 
เจสัน บลัม ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Paranormal Activity และ The Purge ที่เล่าถึงอนาคตที่รัฐบาลอนุญาตให้อาชญากลายเป็นสิ่งถูกกฏหมายภายในเวลา 12 ชั่วโมง กล่าวว่าความสำเร็จของหนังเกรดบีของเขา มาจากอิสรภาพในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นต้องยึดตามแนวทางเดิมๆ ที่ค่ายหนังชอบใช้ เช่นการตั้งเพจให้คนมาแสดงความเห็นว่าอยากทำอะไรมากที่สุดหากอาชญกรรมกลายเป็นเรื่องถูกกฏหมาย จนกลายประเด็นบนโลกออนไลน์ รวมถึงอิสระในการเล่าเรื่องที่คาดไม่ถึง เช่นการทำให้พระเอกตายตั้งแต่กลางเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังทุนสร้างร้อยหรือสองร้อยล้านซึ่งมีดาราดังเป็นจุดขายทำไม่ได้ 


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน