แพทย์นิติเวช เตรียมพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตรถทัวร์ ก่อนให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล

แพทย์นิติเวช เตรียมพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตรถทัวร์ ก่อนให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล

แพทย์นิติเวช เตรียมพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตรถทัวร์ ก่อนให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล

รูปข่าว : แพทย์นิติเวช เตรียมพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตรถทัวร์ ก่อนให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล

แพทย์นิติเวช เตรียมพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตรถทัวร์ ก่อนให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล แพทย์นิติเวชเตรียมพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ศพที่ถูกไฟไหม้จากอุบัติเหตุรถบรรทุกชนรถประจำทาง ที่จังหวัดสระบุรี เมื่อวานนี้ทั้ง 19 ศพ คาดว่าญาติสามารถรับศพไปบำเพ็ญกุศลได้ภายในวันนี้หากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน

ญาติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถพ่วง ชนรถประจำทางสายกรุงเทพ-ร้อยเอ็ด จนเกิดเพลิงลุกไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 19 คน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม มารอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา ท่วมกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า

พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า สถาบันนิติเวช ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลทั้งหมด คาดว่าจะสามารถตรวจพิสูจน์ได้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ หากญาติมีหลักฐานยืนยัน โดยญาติที่จะติดต่อรับศพ จะต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับ รูปพรรณสันฐาน ตำหนิต่างๆ สีผิว ส่วนสูงของผู้เสียชีวิต และหากมีประวัติเกี่ยวกับการทำฟันสามารถนำผลมาเปรียบเทียบได้ ส่วนผู้ที่ถูกไฟคลอก และไม่มีประวัติการทำฟัน จะต้องตรวจดีเอ็นเอ จากบิดามารดา หรือทายาท โดยจะทราบผลภายใน 2 วัน

ล่าสุดทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน คือ นายทศพร แก้วสุภา, นางนวลมณี ปิ่นบัณฑิต, นายอมรศักดิ์ อินทนพ, นายอำนาจ ชัยพอ, เด็กชายอธิชาติ ชัยพอ, นายสาคร สวิสดิ์ผล และ นายชาญชัย แนบเสนา โดยอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์อีก 12 คน เป็นผู้ชาย 4 คน และผู้หญิง 8 คน

สำหรับเหตุการณ์นี้มีรายงานผู้เสียชีวิตทั้งหมด 21 คน และบาดเจ็บ 21 คน โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 19 คน และที่โรงพยาบาล 2 คน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมขนส่งทางบก สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจสภาพรถทัวร์คันเกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่า สาเหตุที่รถเกิดเพลิงไหม้ หลังถูกรถบรรทุกชน อาจไม่ได้เกิดจากก๊าซเอ็นจีวีของรถพ่วง แต่เกิดจากถังน้ำมันซึ่งอยู่ใต้ที่นั่งคนขับ และมีที่เก็บแบตเตอรี่อยู่ใกล้กัน แต่จะตรวจสภาพโครงสร้างของรถทัวร์ให้ละเอียดอีกครั้ง คาดว่าต้องใช้เวลาสักระยะ ส่วนการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต นายสหชาญ สุขเรือง เจ้าหน้าที่ บขส.สระบุรี ระบุว่า จะจ่ายเงินให้ผู้เสียชีวิตศพละ 100,000 บาท และผู้บาดเจ็บคนละ 30,000 บาท

ขณะที่ ร.ต.ท.อัศวเทพ จันนารี พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรแก่งคอยระบุ เปิดเผยว่า ตามกฎหมายของบริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายให้ศพละ 200,000 บาท

ขณะเดียวกันยังคงมีมีญาติผู้เสียชีวิต เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรแก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อตรวจสอบศพและทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหา นายสะอาด บุญยัง คนขับรถพ่วง ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย


กลับขึ้นด้านบน