ดีเอสไอออกหมายเรียก น้องชาย อดีตพระเณรคำตรวจสอบภาพถ่าย

ดีเอสไอออกหมายเรียก น้องชาย อดีตพระเณรคำตรวจสอบภาพถ่าย

ดีเอสไอออกหมายเรียก น้องชาย อดีตพระเณรคำตรวจสอบภาพถ่าย

รูปข่าว : ดีเอสไอออกหมายเรียก น้องชาย อดีตพระเณรคำตรวจสอบภาพถ่าย

ดีเอสไอออกหมายเรียก น้องชาย อดีตพระเณรคำตรวจสอบภาพถ่าย ดีเอสไอออกหมายเรียก น้องชาย อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือ เณรคำ เข้าให้ปากคำ พร้อมดำเนินการตรวจสอบว่า เป็นบุคคลเดียวกับภาพถ่ายที่ได้ออกมากล่าวอ้างหรือไม่ พร้อมยืนยันด้วยว่า จะดำเนินคดีทันทีหากพบว่า เป็นการให้การเท็จ

พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามความคืบหน้า และเก็บข้อมูลเรื่องเงินที่เกี่ยวข้องกับ อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือ อดีตเณรคำ ซึ่งเบื้องต้น ได้พบกับ พระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ในฐานะเจ้าคณะ จ.อุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต กรณีการรับถวายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

เบื้องต้นเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่า ได้รับถวายรถคันดังกล่าวมาจากโยมคนหนึ่ง ที่รู้จักกับอดีตเณรคำ ซึ่งไม่ได้มีการรับเงินใดๆ นอกจากการรับถวายรถ โดยอดีตเณรคำ เรียกผู้บริจาคคนดังกล่าวว่า แม่นาย โดยวันที่นำรถมาถวายนั้น นายศุภราช วิริยะสืบพงศ์ หรือเสี่ยกัง เจ้าของร้านแสงเจริญ เป็นผู้ขับมา

ปัจจุบันได้ขายรถคันดังกล่าวไปแล้วในราคา 1 ล้านบาทให้กับข้าราชการใน จ.อุบลราชธานี เพราะใช้ไม่สะดวก จึงเปลี่ยนใหม่มาใช้เป็นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เหมือนกัน แต่เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ มีโฟร์วิล เพราะจำเป็นต้องใช้ในการเดินทางไปต่างจังหวัดที่มีพื้นที่ลาดชันบ่อยครั้ง

ส่วนกรณีที่ นายสุริ สุขผล น้องชาย อดีตพระวิรพล ออกมาแสดงตัวว่า เป็นบุคคลในภาพถ่ายที่มีหญิงสาวนอนอยู่ข้างๆ นั้น รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า อาจจำเป็นต้องมีการตรวจดีเอ็นเอของนายสุริ จะได้ชัดเจนว่า ข้อกล่าวอ้างว่าเป็นพ่อของเด็กที่กำลังตกเป็นข่าวว่าเป็นลูกของอดีตเณรคำ เพราะการตรวจดีเอ็นเอสามารถตรวจได้ถูกต้องแม่นยำ

ขณะที่การตรวจสอบภาพนั้น ได้ออกหมายเรียกนายสุริ มาพบเพื่อสอบปากคำ และพิสูจน์บุคคลในภาพสัปดาห์หน้า ซึ่งหากภาพดังกล่าวไม่ใช่ นายสุริ ตามที่กล่าวอ้าง ก็จะดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน

ด้านนายสุขุม วงประสิทธิ์ ลูกศิษย์ของอดีตพระวิรพล ระบุว่า ต้องขอความเป็นธรรมให้กับอดีตเณรคำ เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างให้ข้อมูลใส่ร้าย ทั้งที่จริงอดีตพระวิรพล มีความผิดทางวินัยสงฆ์เพียงข้อเดียว คือการลวงว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิดเท่านั้น

ดังนั้นจึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศ ถอนการอายัดหนังสือเดินทาง รวมถึงให้ยกเลิกการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และขอให้ดีเอสไอหยุดการใช้อำนาจไปแทรกแซงการลงโทษทางวินัยของสงฆ์ และยุติการใช้อำนาจอันเป็นเท็จแก่คณะสงฆ์

ส่วนการลาสิกขานั้น ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ซึ่งหากจะทำการสึก จะต้องให้กรรมการมหาเถรสมาคม มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร และมีพระภิกษุเป็นผู้สึกให้ อีกทั้งข้อกล่าวหาต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักพอในการสู้คดีในชั้นศาล

นายสุขุม ยังกล่าวด้วยว่า อดีตพระวิระพล ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ทำความผิด และยินดีที่จะแถลงข่าวเรื่องทั้งหมด แต่รัฐบาล, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และตำรวจ ต้องรับปากว่าจะไม่จับกุมและไม่ทำการสึกก่อน ซึ่งหากเป็นไปตามที่ร้องขอ อดีตพระวิรพล จะเดินทางกลับมาในวันที่ 31 ก.ค.นี้

ส่วนการติดตามตัวอดีตพระเณรคำ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บังคับการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลพบการเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมคณะสงฆ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้บางส่วนได้เดินทางกลับมาแล้ว 6 รูป เหลืออีก 4 รูปที่ยังอยู่ในสหรัฐฯ


กลับขึ้นด้านบน