นายกรัฐมนตรีสเปนตรวจเหตุรถไฟตกราง

นายกรัฐมนตรีสเปนตรวจเหตุรถไฟตกราง

นายกรัฐมนตรีสเปนตรวจเหตุรถไฟตกราง

รูปข่าว : นายกรัฐมนตรีสเปนตรวจเหตุรถไฟตกราง

นายกรัฐมนตรีสเปนตรวจเหตุรถไฟตกราง นายกรัฐมนตรีสเปนประกาศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟตกรางที่เมืองซานติเอโก เดอ คอมโปสเตล่า เป็นเวลา 3 วัน ขณะที่ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 78 คนแล้ว นับเป็นความสูญเสียจากเหตุรถไฟตกรางครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 69 ปีของสเปน โดยสาเหตุเบื้องต้น คาดว่าอาจเกิดจากรถไฟวิ่งเร็วเกินกำหนด

นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปนเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุรถไฟตกรางที่เมืองซานติอาโก เดอ คอมโปสเตล่า เมืองบ้านเกิดของเขา เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งให้กำลังใจผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 140 คนที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ขณะที่ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟตกราง เพิ่มเป็น 78 คน นับเป็นความสูญเสียครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 69 ปีของสเปน

มีรายงานว่าสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งสเปนทรงแสดงความเสียใจต่อผู้ที่สูญเสีย และมีรายงานว่าวันนี้ สมเด็จพระราชาธิบดี และมกุฏราชกุมารทรงยกเลิกหมายกำหนดการทุกกรณียกิจ เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยต่อความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ด้านนายกรัฐมนตรีประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน ส่วนประธานแคว้นกาลิเซีย สถานที่เกิดเหตุ ประกาศไว้อาลัยในแคว้นกาลิเซียเป็นเวลา 7 วัน

ขณะที่การสืบสวนสอบสวนสาเหตุการตกราง เบื้องต้นบริษัทการรถไฟเรนเฟ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากปัญหาด้านเทคนิค เนื่องจากรถด่วนขบวนดังกล่าวเพิ่งผ่านการตรวจระยะเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนใช้งาน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นของ รัฐมนตรีคมนาคมสเปน ระบุความเป็นไปได้ว่ารถไฟอาจใช้ความเร็วเกินกำหนด ณ บริเวณเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้ง โดยหนังสือพิมพ์สเปนบางฉบับ รายงานอ้างว่าคนขับรถไฟใช้ความเร็วสูงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งที่บริเวณนั้นกำหนดความเร็วเพียง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ต้องรอความชัดเจนหลังการตรวจสอบบันทึกการเดินรถจากกล่องดำของรถไฟ

เหตุการณ์รถไฟตกรางครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 69 ปีของสเปน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.41 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 1.41 น. ตามเวลาไทย โดยขบวนที่เกิดเหตุเป็นรถด่วนที่เดินทางจากกรุงมาดริด สู่เมืองเฟอร์รอลในเขตกาลิเซีย ซึ่งกำลังเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองวันนักบุญเซนท์ เจมส์ ที่ถือเป็นวันหยุดประจำท้องถิ่น ขณะเกิดเหตุ มีผู้โดยสารอยู่บนรถไฟรวมทั้งสิ้น 218 คน และพนักงานอีกจำนวนหนึ่ง


กลับขึ้นด้านบน