ปัญหาการเข้าถึงยาไอซ์ กรณีนักแสดง"ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น"

ปัญหาการเข้าถึงยาไอซ์ กรณีนักแสดง"ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น"

ปัญหาการเข้าถึงยาไอซ์ กรณีนักแสดง"ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น"

รูปข่าว : ปัญหาการเข้าถึงยาไอซ์ กรณีนักแสดง"ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น"

ปัญหาการเข้าถึงยาไอซ์ กรณีนักแสดง ประเด็นที่เป็นความสนใจ หลังจากมีภาพนักแสดงสาว จากละครซีรีย์ "ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น" มีท่าทางใช้อุปกรณ์ดัดแปลงคล้ายสูบสารเสพติด ในสื่อโชเชียลมีเดีย ขณะที่พ่อของนักแสดง ยอมรับว่า ลูกเคยทดลองเสพ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยยืนยันจากผลตรวจปัสสาวะ ว่าไม่มีสารเสพติดในร่างกาย ขณะที่ผู้อำนวยการ ป้องกันและแก้ไขยาเสพติด ปปส. ยอมรับวัยรุ่น ยังเข้าใจผิด เรื่องการใช้ยาไอซ์ คือ ใช้แล้วไม่ติด เหมือนยาบ้า หรือบางคนใช้แล้วมีผลต่อผิวและรูปร่าง ทั้งที่ๆสารเสพติดทุกชนิดมีผลให้ร่างกายเสื่อมโทรม

ใบแสดงผลการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติด จากโรงพยาบาลพระราม 9 ของนักแสดงสาวจากละครซีรีย์ "ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น" เป็นข้อมูลที่ครอบครัว ยืนยันว่าในร่างกายไม่มีสารเสพติด และนักแสดงสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธาน ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ เผยว่า อยากให้ทุกคนให้ความเป็นธรรม

   

ขณะที่ผู้อำนวยการป้องกันและแก้ไขยาเสพติด ยอมรับว่า วัยรุ่นจำนวนมากเข้าใจผิดเรื่องการใช้ยาไอซ์ เพราะบางคนเข้าใจว่าเสพ แล้วไม่ติดเหมือนยาบ้า และมีคนบิดเบือนความจริงว่า ใช้แล้วจะผอมและขาว  แต่ยาไอซ์ มีฤทธิ์เหมือนยาบ้า และแรงกว่าถึง 5 เท่า  รวมทั้งมีผลทำลายสมองโดยตรง

                                          

จากข้อมูลของ ปปส.พบข้อมูลว่า มีกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาไอซ์ เพิ่มขึ้นทุกปี อายุเฉลี่ยที่ 15- 29 ปี และส่วนใหญ่เพศหญิง ส่วนกลุ่มเด็กนักเรียนระดับมัธยม กำลังเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด  โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่มีฐานะ และมีศักยภาพทางการเงิน นอกจากนั้น เครือข่ายยาเสพติด ยังมีเป้าหมายไปที่นักเรียนที่มีชื่อเสียงในโรงเรียน


กลับขึ้นด้านบน