ย้อนรอยคดีสารซูโดอีเฟดรีน

ย้อนรอยคดีสารซูโดอีเฟดรีน

ย้อนรอยคดีสารซูโดอีเฟดรีน

รูปข่าว : ย้อนรอยคดีสารซูโดอีเฟดรีน

ย้อนรอยคดีสารซูโดอีเฟดรีน เกือบ 1 ปี ที่ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดียาแก้หวัด ที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีน ถูกควบคุมตัวในประเทศพม่า แม้ผู้ต้องหาคนนี้จะยืนยันว่า เป็นชาวพม่า ไม่ใช่คนไทย แต่ ป.ป.ส. และดีเอสไอ ต้องการตัวเพื่อขยายผลการกระทำความผิด ที่สามารถโยงไปถึงคดีความมั่นคง ได้ถึง 2 กรณี ทั้งยาเสพติด และการปลอมบัตรประชาชน ทำให้ ป.ป.ส.และดีเอสไอ ต้องการตัวผู้ต้องหาคนนี้

ชื่อของนายสมชัย รักยอดยิ่ง กลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ หลัง ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า นายสมชัย เป็นผู้รวบรวม ซูโดอีเฟดรีนทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในการผลิตยาเสพติด ก่อนส่งกลับมาที่ประเทศไทย

หลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อว่านายสมชัย กระทำผิด มาจากการเข้าตรวจค้นบ้านของนายสมชัย ในจ.เชียงใหม่ และพบว่า นายสมชัย เปิดบ้านเป็นโรงงานขนาดเล็ก เพื่อแกะซองยาแก้หวัด นอกจากนี้ยังพบกล่องบรรจุยาแก้หวัด ที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน เครื่องบดยา และบัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท

แต่ระหว่างติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดี นายสมชัย หลบหนีและ อ้างว่าไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนพม่า ที่หลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และใช้วิธีการสวมบัตรประชาชนคนไทย

แต่ท้ายที่สุดตำรวจพม่าสามารถควบคุมตัวนายสมชัยได้ ซึ่งการสอบสวนนายสมชัย ยอมรับว่า ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คนที่เป็นคนไทย รวบรวมยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดดีน จากทั่วประเทศ ส่งไปที่โรงงานผลิตยาเสพติดในพม่า เพื่อเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้า และยาไอซ์ โดยขณะนี้มีผู้ต้องหาอีก 1 คนที่อยู่ระหว่างการหลบหนี

ไม่ใช่แค่การตรวจสอบ และการติดตามตัว เพื่อหาต้นตอ คดีซูโดอีเฟดรีน ที่นำไปเป็นสารตั้งต้นของการผลิตยาบ้า เท่านั้น แต่ประเด็นนี้ทำให้พบการทุจริตการเบิกจ่ายยาในโรงพยาบาลต่างๆ และพบขบวนการสวมบัตรประชาชนของเครือข่ายยาเสพติด ที่ไทยพีบีเอส ติดตาม และยังพบว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการสวมบัตรประชาชน เพื่อให้ผู้กระทำความผิด เข้ามาฟอกตัว ไม่ให้ถูกดำเนินคดี เพียงหวังผลประโยชน์ส่วนตัว แต่กลายเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ


กลับขึ้นด้านบน