จ.น่าน น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่งหลายจุด ทางการพร้อมรับมือน้ำท่วม

จ.น่าน น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่งหลายจุด ทางการพร้อมรับมือน้ำท่วม

จ.น่าน น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่งหลายจุด ทางการพร้อมรับมือน้ำท่วม

รูปข่าว : จ.น่าน น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่งหลายจุด ทางการพร้อมรับมือน้ำท่วม

จ.น่าน น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่งหลายจุด ทางการพร้อมรับมือน้ำท่วม น้ำท่วมภาคเหนือยังน่าห่วง หลังหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วม โดยเฉพาะตาก-น่าน เกิดน้ำป่า และน้ำล้นตลิ่งหลายจุด

สถานการณ์น้ำท่วมจ.น่าน มีหลายพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง เช่น บ้านป่าเลา หมู่ที่ 6 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง น้ำป่าจากลำห้วยหุยไหลเซาะบ้านริมลำห้วยจนเสาบ้านบางหลังทรุดตัว ผนังปูนเกิดรอยร้าว ทำให้เจ้าของบ้านต้องย้ายออกเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่า หากฝนยังตกหนัก อาจทำให้น้ำแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน จึงสั่งเตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

 
ส่วนชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจ.เชียงราย เฝ้าระวังระดับน้ำตามลำห้วย และลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่น้ำหงาว ต.หงาว อ.เทิง ที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้นหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง และน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้าน 20 หลัง รวมทั้งนาข้าว และไร่ข้าวโพดกว่า 500 ไร่

    

 
ด้านอ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านริมแม่น้ำเมย อ.แม่สอด หลังแม่น้ำเมยเพิ่มระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เทศบาลนครแม่สอด ประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าอ่างเก็บน้ำบ้านหัวฝาย มีปริมาณน้ำมาก และ มีแนวโน้มจะล้นทางระบายน้ำ
 
ขณะเดียวกัน จ.ชัยภูมิ เกิดพายุพัดถล่มในพื้นที่บ้านบัว ต.บ้านโสก อ.คอนสวรรค์ ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับสายไฟฟ้าแรงสูง โรงงานกรองน้ำ และโรงงานผลไม้ดองเสียหายทั้งหลัง รวมถึงไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง

    

 
ส่วนสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ถูกน้ำป่าจากแม่น้ำซองกาเลียซัดพังเสียหายเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 56 ล่าสุดนายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งปิดสะพานมอญอย่างไม่มีกำหนด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้นำป้ายข้อความเตือน และเชือกไปกั้นไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวผ่านบริเวณสะพาน เพราะมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางไปดูสะพานไม้อายุเกือบ 100 ปีที่ขาด ขณะสาเหตุคาดว่า น่าจะมาจากกระแสน้ำป่าที่ไหลแรงพัดเอาเศษไม้ และขยะกองใหญ่ไปชนกับตอม่อของสะพาน จนเสาล้มและขาดประมาณ 100 เมตร


กลับขึ้นด้านบน