ธุรกิจบริษัท พีทีที จีซี

ธุรกิจบริษัท พีทีที จีซี

ธุรกิจบริษัท พีทีที จีซี

รูปข่าว : ธุรกิจบริษัท พีทีที จีซี

ธุรกิจบริษัท พีทีที จีซี เหตุน้ำมันรั่วชายฝั่ง จ.ระยอง ทำให้หลายฝ่ายกดดัน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที จีซี รับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายทั้งหมด แม้ว่าค่าชดเชยจะไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่กระทบภาพลักษณ์ของบริษัท แม้ว่าขณะนี้ พีทีที จีซี จะพยายามเร่งกำจัดคราบน้ำมัน และจะเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูชายหาด โดยจะใช้เงินส่วนหนึ่งจากการทำประกันภัย และคาดว่าต้องกันเงินจากธุรกิจมาสมทบ บริษัท พีทีที จีซี ดำเนินธุรกิจประเภทใด และใครเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที จีซี เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์ และการกลั่น และบริษัท ปตท. เคมิคอล และเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในนามบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) วันที่ 21 ตุลาคม 2554

พีทีที จีซี เป็นหนึ่งในบริษัทหลักของกลุ่ม บริษัท ปตท. เน้นธุรกิจปิโตรเคมี และการกลั่น โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ และคอนเดนเสท วันละ 2.8 แสนบาร์เรล ส่วนกำลังผลิตปิโตรเคมี เพื่อเป็นสารตั้งต้นในพลาสติก เคมีภัณฑ์ 8.45 ล้านตันต่อปี

ผลประกอบการปีที่ผ่านมาของ พีทีที จีซี มีรายได้รวมกว่า 5.7 แสนล้านบาท ขณะที่มีสินทรัพย์รวมทั้งหมด 4.3 แสนล้านบาทเศษ โดยมีบริษัท ปตท. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ร้อยละ 48.89 รองลงมาคือ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในการดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารเอชเอสบีซี สิงคโปร์

เหตุการณ์น้ำมันรั่วประมาณ 50,000 - 70,000 ลิตรครั้งนี้ไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทมากนัก เมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจทั้งหมด เพราะสามารถเปลี่ยนท่อน้ำมันเส้นใหม่ และส่งถ่ายน้ำมันได้ตามปกติ ไม่มีผลต่อโรงกลั่นน้ำมัน แต่การชดเชยนับจากนี้ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ

พีทีที จีซี มีการทำประกันภัย 3 รูปแบบ กับบริษัท วิริยะประกันภัย คือ การประกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน การเสียโอกาสทางธุรกิจ และผลกระทบต่อบุคคลที่ 3 ในวงเงินสูงสุด 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท

บริษัท ปตท. ถือหุ้นใหญ่ ในบริษัท พีทีที จีซี ซึ่งเมื่อดูอัตราการถือหุ้นก็จะเห็นว่ากระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ถึงร้อยละ 51 และกองทุนรวมวายุภักษ์ โดยบริษัท เอ็มเอฟซี และกรุงไทย ถือหุ้นรวมร้อยละ 14 ซึ่งนอกจากบริษัท ปตท.จะลงทุนในประเทศแล้วยังลงทุนในต่างประเทศ เฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้แก่ ลาว บรูไน และอินโดนีเซีย

เมื่อปี 2552 เกิดเหตุน้ำมันรั่วในทะเลติมอร์ ชายฝั่งทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งบริษัท พีทีที อีพี ออสตราเลเชีย เป็นผู้ดำเนินการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. ของไทยร่วมทุนอยู่ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นเหตุน้ำมันรั่วที่ร้ายแรงครั้งหนึ่งของออสเตรเลีย


กลับขึ้นด้านบน