กรมควบคุมมลพิษ ยันสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ไม่มีผลต่อพันธุกรรมสัตว์น้ำ

กรมควบคุมมลพิษ ยันสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ไม่มีผลต่อพันธุกรรมสัตว์น้ำ

กรมควบคุมมลพิษ ยันสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ไม่มีผลต่อพันธุกรรมสัตว์น้ำ

รูปข่าว : กรมควบคุมมลพิษ ยันสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ไม่มีผลต่อพันธุกรรมสัตว์น้ำ

กรมควบคุมมลพิษ ยันสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ไม่มีผลต่อพันธุกรรมสัตว์น้ำ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยัน สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมสัตว์น้ำ ยังไม่สรุปความเสียหาย ต้องใช้เวลาสำรวจนาน

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถือว่า พื้นที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง เข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจาก ยังต้องมีการเก็บกู้คราบน้ำมันที่ลงเหลือให้เรียบร้อย แม้ว่าทางกายภาพจะเก็บกู้ไปแล้วกว่าร้อยละ 90 แต่การสำรวจผลกระทบ และสารตกค้างจะต้องเก็บตัวอย่างและสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อไปสู่การฟื้นฟูที่ถูกต้อง และตรงจุด ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่า จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน เนื่องจาก ต้องสำรวจความเสียหายตั้งแต่จุดที่ม้ำมันรั่ว จนถึงบริเวณโดยรอบที่คราบน้ำมันได้ลอยไปติดอยู่ 

 
ทั้งนี้ สารเคมีที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ใช้นั้น คือ “ซิลิคกอน” (Slickgone NS Type 2/3) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในรายชื่อสารของที่กรมควบคุมมลพิษ อนุญาตให้ใช้ได้ โดยยืนยันว่า สารดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต 
 
อย่างไรก็ตาม กรณีที่บริษัทขอใช้สารซิลิตอนจำนวน 5,000 ลิตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณที่ใช้จริงกว่า 30,000  ลิตร ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ปริมาณน้ำมันที่รั่ว อาจมีมากกว่า 50,000 ลิตร ตามที่เคยระบุไว้ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงว่า บริษัท พีทีทีฯ สามารถชี้แจงรายละเอียดของปริมาณการใช้สารเคมีได้ภายหลัง ขณะที่การฟ้องร้องค่าเสียหายนั้น เป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ที่มีบทบาท และหน้าที่โดยตรง 


กลับขึ้นด้านบน