กลุ่มกองทัพประชาชนฯเตรียมแจ้งเอาผิด"ผบ.ตร"

กลุ่มกองทัพประชาชนฯเตรียมแจ้งเอาผิด"ผบ.ตร"

กลุ่มกองทัพประชาชนฯเตรียมแจ้งเอาผิด"ผบ.ตร"

รูปข่าว : กลุ่มกองทัพประชาชนฯเตรียมแจ้งเอาผิด"ผบ.ตร"

กลุ่มกองทัพประชาชนฯเตรียมแจ้งเอาผิด การชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ทูตของกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องแผนการสร้างความปรองในชาติของไทย ซึ่งไม่ได้รับความสนใจจากต่างชาติมากนัก เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในของไทย ขณะที่ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมหลายกลุ่มทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัด และที่สวนลุมพินีของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก ประกาศเพียงว่าจะยกระดับการชุมนุม แต่ขอดูท่าทีของรัฐบาลก่อน

แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ มีมติยกระดับการชุมนุม ในวันที่ 6 - 7 ส.ค.แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด พร้อมยืนยันเตรียมไปยื่นหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีรัฐบาลประกาศใช้ พระราชบัญญัติความมั่นคง 

 
รวมทั้งจะไปยื่นเรื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังมีคำสั่งสกัดกั้นประชาชนไม่ให้เข้าร่วมชุมนุม กับกลุ่มกองทัพประชาชน
 
ขณะที่วันนี้ (5 ส.ค.) ได้ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์ การชุมนุมต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย และสถานทูตจีน ส่วนองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ยังไม่ได้ไป เพราะอยู่ในพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
 
นายไทกร พลสุวรรณ โฆษกกลุ่มกองทัพประชาชนฯ เผยว่า ทางกลุ่มจะติดตาม การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) หากมีการพิจารณาออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรม แทนการ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อาจเป็นจุดเปลี่ยนการชุมนุม
 
ส่วนการประเมินสถานการณ์ ของ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส.บอกว่า การชุมนุมยังเรียบร้อย
 
ส่วนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เตรียมเรียก 4 รายชื่อ ที่เข้าข่ายกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาชี้แจง และเตือนประชาชน ระวังการเผยแพร่ข้อความ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการ สร้างความตื่นตระหนก
 
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ เชิญคณะทูตานุทูตต่างประเทศ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ที่ประจำประเทศไทย มาฟังนายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายสรุปสถานการณ์ และเหตุผลที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
 
โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนทูตานุทูต 40 ประเทศ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมฟัง แต่ไม่มีผู้ใดสอบถาม เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในของไทย นายจุลพงษ์ย้ำถึงแนวทางของรัฐบาลในการปรองดอง และหารือกับกลุ่มต่างๆ พร้อมทั้งเคารพสิทธิการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ และชี้แจงว่ามาตรการต่างๆ เป็นลักษณะป้องปราม ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง และเป็นมาตรการที่โปร่งใส สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
 
แกนนำกลุ่มหน้ากากขาว และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลายจังหวัด ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมชุมนุมกับกองทัพประชาชน ที่สวนลุมพินี คัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมชุมนุม ตั้งแต่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา 
 
ขณะที่ในภาคเหนือ เช่น กลุ่มมวลชนแนวร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ จ.พิษณุโลก เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว แต่คาดว่า ส่วนใหญ่จะเดินทางช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่ วันที่ 7 ส.ค.
 
ส่วนความเคลื่อนไหวของแนวร่วมนปช.นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เดินทางไปติดตามการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) โดยเผยว่า นปช.จะรอสัญญาณนำมวลชน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
 
เช่นเดียวกับ นปช.จังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้งโต๊ะรับลงชื่ออาสาสมัครพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย ปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บริเวณโรงแรมวโรรสแกรนด์ พาเลซ เพื่อเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ หากเกิดสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ แกนนำคาดว่า จะมีผู้ร่วมลงชื่อ ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน
 
ขณะตำรวจประจำด่านตรวจต่าง ๆ เพิ่มความเข้มงวด ตามมาตรการป้องกันการก่อเหตุร้าย ระหว่างการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน และเพิ่มจุดตรวจสกัด หลายจุด เช่น บริเวณถนนพหลโยธินช่วง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ บริเวณ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร บริเวณด่านเก็บเงินบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จะเน้นตรวจอาวุธ รถต้องสงสัย และรถที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก


กลับขึ้นด้านบน